ประธานาธิบดีบารัค โอบามา ของสหรัฐฯ พร้อมเจ้าหน้าที่ระดับสูง เช่น รัฐมนตรีต่างประเทศ รัฐมนตรีกลาโหม อัยการสูงสุด ประธานคณะเสนาธิการร่วมกองทัพ และ ทูตพิเศษเพื่อต่อต้านกลุ่มก่อการร้ายไอเอส ได้ออกมาพูดคุยกับสื่อมวลชนหลังเข้าร่วมประชุมกับ คณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ โดยมีหัวข้อหลักเกี่ยวกับกำหนดการหยุดยิงสงครามซีเรีย
โดยผู้นำสหรัฐฯ กล่าวว่าแม้ว่าจะยังมีความไม่แน่นอนว่าข้อตกลงหยุดยิงในซีเรียจะมีการบังคับใช้อย่างทั่วถึงหรือไม่ แต่ก็ย้ำว่า ข้อตกลงนี้จะช่วยชีวิตประชาชนผู้บริสุทธิ์เป็นจำนวนมาก
โอบามากล่าวอีกว่า เขาไม่ได้คาดว่าความไม่สงบจะยุติลงทันที พร้อมเตือนว่าปฏิบัติการกวาดล้างกลุ่มก่อการร้ายต่างๆ เช่น กลุ่มไอเอส และกลุ่มอัล-นุสรา ฟรอนท์ จะไม่อยู่ในข้อตกลงหยุดยิงครั้งนี้
แต่ระหว่างการแถลงข่าวครั้งนี้ ผู้นำสหรัฐฯ ก็ยอมรับอย่างเป็นทางการครั้งแรกว่า มีผู้เล่นภายนอกที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการขยายวงของการสู้รบในประเทศซีเรียตั้งแต่ปี 2012 โดยระบุว่าสงครามในซีเรียไม่ได้เป็นเพียงแค่สงครามกลางเมือง แต่ยังเป็นสมรภูมิรบของตัวแทนระหว่างชาติมหาอำนาจในภูมิภาคด้วย
แม้ว่าในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา เราจะได้ยินข่าวเช่น รัฐบาลซีเรียเปิดรับข้อตกลงหยุดยิงฉบับล่าสุดนี้ รวมไปทั้งกลุ่มการเมืองฝ่ายค้านและกลุ่มกบฏก็ออกมาสนับสนุน แต่อย่างที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวล่ะครับ มีความซับซ้อนอยู่ตรงที่ว่ามีหลายฝ่ายรบกันอยู่ตอนนี้ ฝ่ายที่น่าเป็นห่วงที่สุดว่าจะไม่ให้ความร่วมมือ น่าจะเป็นประเทศ ตุรกี
นายกรัฐมนตรี อาห์เมต ดาวูโตกลู (Ahmet Davutoglu) ของตุรกี ได้ออกมาแสดงท่าทีที่แตกต่างจากกลุ่มต่างๆ ในซีเรีย โดยกล่าวว่าแผนหยุดยิงจะไม่มีผลผูกมัดหากความมั่นคงของประเทศตุรกีถูกคุกคาม โดยกล่าวต่อว่า รัฐบาลตุรกีจะดำเนินการอย่างเหมาะสมต่อกลุ่มก่อการร้าย เช่น กลุ่มไอเอส และกลุ่มชาวเคิร์ดในซีเรีย
ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมากองทัพตุรกีได้ยิงปืนใหญ่ข้ามชายแดนไปถล่มกลุ่มชาวเคิร์ด YPG หลังเหตุระเบิดกลางเมืองหลวง ซึ่งทางการตุรกีเชื่อว่าเป็นฝีมือกลุ่มชาวเคิร์ดซีเรีย แม้กลุ่มชาวเคิร์ดจะออกมาปฏิเสธแล้วโทษว่าน่าจะเป็นกลุ่มไอเอสมากกว่า