วันนี้ (8 มี.ค. 59) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ตลอดสองปีที่ผ่านมา ทีมค้นหาที่นำโดยประเทศออสเตรเลีย และมาเลเซีย ได้ทำการสำรวจในบริเวณที่คาดว่าเครื่องบิน Boeing รุ่น 777 น่าจะตกลงสู่ทะเลไปกว่า 120,000 ตารางกิโลเมตร โดยหลักฐานเดียวที่ได้รับการยืนยันคือชิ้นส่วนของปีกเครื่องบิน ที่ถูกกระแสน้ำซัดมาเกยตื้นที่เกาะ เรอูนิยง (Reunion) เมื่อเดือนสิงหาคมปีที่แล้ว
แม้พื้นที่การค้นหาจะมีการเปลี่ยนแปลงมาบ้างในช่วง ครึ่งปีแรกหลังเครื่องบินหายไปอย่างลึกลับแต่ทีมค้นหาค่อนข้างมั่นใจในพิกัดที่กำลังสำรวจอยู่ขณะนี้ในมหาสมุทรอินเดีย แต่ค่าใช้จ่ายในปฏิบัติการณ์ค้นหาครั้งนี้มีรายงานว่าสูงกว่า 130 ล้าน ดอลล่าร์สหรัฐไปแล้ว
ทีมค้นหานานาชาติออกมาชี้แจงด้วยว่า หากหาเครื่องบินไม่เจอภายในพิกัดที่กำลังสำรวจอยู่ก็จะยุติการค้นหาทั้งหมด ซึ่งคาดว่าจะครอบคลุมพื้นที่ที่เป็นหุบเขาใต้ทะเลลึกลงไปกว่า 6 กิโลเมตร
ทางการมาเลเซียก็กำลังเตรียมสรุปผลการสำรวจ รวมถึงเผยผลการวิเคราะห์และคำแนะนำด้านความปลอดภัยในการบินด้วย ซึ่งเจ้าหน้าที่สืบสวนของมาเลเซียยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อมูลสำคัญอยู่
วันนี้ (8 มี.ค. 59) นายนาจิบ ราซัค นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย กล่าวว่า เขายังมีความหวังว่าทีมค้นหาจะพบซากเครื่องบินเที่ยวบิน MH370 ก่อนรัฐสภามาเลเซียจะไว้อาลัยผู้สูญหายโดยการลุกขึ้นยืนสงบนิ่ง 1 นาที ขณะที่ทางญาติผู้สูญหายชาวจีนประมาณ 20 คน ได้เดินทางไปสวดมนต์ที่วัดในกรุงปักกิ่ง ก่อนจะรวมตัวกันประท้วงทางการมาเลเซีย ต่อเนื่องจากการดำเนินการฟ้องร้องต่อเจ้าหน้าที่มาเลเซียของญาติผู้สูญหายชาวจีนราว 23 คนที่กรุงปักกิ่งเมื่อวานนี้ (7 มี.ค. 59)
โดยผู้ประท้วงชาวจีนต้องการให้ปฏิบัติการค้นหาดำเนินไปต่อเนื่องจนกว่าจะพบซากเครื่องบิน แม้ผู้ที่ทำการฟ้องร้องต่อเจ้าหน้าที่มาเลเซียจะเรียกร้องค่าเสียหาย แต่เป้าหมายที่แท้จริงของผู้เสียหายนั้นต้องการให้ทางการมาเลเซียออกมายอมรับว่าความผิดพลาดที่ว่าทำไมถึงหาเครื่องบินไม่เจอ อธิบายว่าเครื่องบินบินออกนอกเส้นทางเนื่องจากเหตุผลใด และใครสมควรเป็นผู้รับผิดชอบ ผู้เสียหายชาวจีนหลายคนเชื่อว่าทางการมาเลเซียไม่ได้เปิดเผยข้อมูลทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับการสูญหายไปอย่างไร้ร่องรอยของเที่ยวบิน MH370