วันนี้ (10 มี.ค. 59) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) พิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ฉบับชั่วคราว เกี่ยวกับการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) และคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นผู้เสนอ ขณะนี้ที่ประชุมอยู่ระหว่างการลงมติโดยเปิดเผยด้วยการขานชื่อ ในวาระที่ 1 รับหลักการ และจะต้องพิจารณาให้แล้วเสร็จทั้ง 3 วาระในวันนี้
โดยครม. และ คสช. ได้มอบหมายให้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เป็นตัวแทนชี้แจงหลักการและเหตุผล
สาระสำคัญที่มีการแก้ไขคือเกณฑ์การนับคะแนนเสียงประชามติ ที่จะใช้เสียงข้างมากเพียงอย่างเดียว ไม่นับรวมบัตรเสีย และตัดเงื่อนไขที่ต้องใช้เสียงเกินกึ่งหนึ่งของผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งออก รวมถึงเปิดโอกาสให้ สนช. สามารถส่งคำถามเพิ่มเติมในการทำประชามติได้ 1 คำถาม
โดยการทำประชามติจะเกิดขึ้นภายใน 120 วัน หลัง ครม. และ สนช. ได้รับร่างรัฐธรรมนูญจากคณะกรรมการร่างฯ ชุดของนายมีชัย ฤชุพันธ์ ในวันที่ 29 มี.ค. นี้
และเมื่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญชั่วคราวเสร็จสิ้น สนช.ยังต้องพิจารณากฎหมายเกี่ยวกับประชามติ อีก 1 ฉบับ คือ ร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยความเรียบร้อยในการออกเสียงประชามติ ที่ ครม.จะพิจารณาในวันที่ 15 มี.ค. 59 ซึ่งเป็นการกำหนดรูปแบบการรณรงค์ และวางบทลงโทษกรณีปลุกระดมให้เกิดความวุ่นวายในช่วงการทำประชามติ
ส่วนวาระสำคัญอีกเรื่องที่ต้องจับตาการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.แร่ ในวาระที่ 1 รับหลักการ ซึ่ง พ.ร.บ.แร่ เคยถูกประชาชนคัดค้านและให้ทบทวนเนื้อหา โดยให้เหตุผลว่ากฎหมายฉบับดังกล่าวเอื้อประโยชน์กลุ่มทุนและมีความสุ่มเสี่ยงต่อการสร้างผลกระทบสิ่งแวดล้อมอนาคต