8 ศพ SCB ใคร...รับผิดชอบ


โดย PPTV Online

เผยแพร่




ครอบครัวของหนึ่งในผู้เสียชีวิตจากเหตุโศกนาฏกรรมที่อาคาร เอสซีบี ปาร์ค ธนาคารไทยพาณิชย์ สำนักงานใหญ่ เรียกร้องให้ผู้ที่เกี่ยวข้องออกมารับผิดชอบ และหาแนวทางเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ ขณะที่ศพของผู้เสียชีวิตเดินทางกลับถึงบ้านเกิดแล้ว

เห็นกันไปแล้วว่าญาติออกมาทวงถามความยุติธรรมให้คนงานที่เสียชีวิต ส่วนทั้งตำรวจ SCB และผู้รับเหมาซ่อมแซมระบบอย่าง เมกา แพลนเน็ต ยังมีประเด็นที่ต้องสืบค้นกันต่อไปว่า ใครกันแน่ ที่ต้องรับผิดชอบจากเหตุการณ์นี้

“ประกายไฟ” เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ระบบไพโรเจน ทำงาน นี่เป็นข้อมูลที่รู้กันค่อนข้างชัดเจน ดังนั้น ถ้าระหว่างการเข้าไปซ่อมแซมระบบ เกิดประกายไฟขึ้น ก็เป็นไปได้ว่า ทำให้ ไพโรเจน ทำงาน และอาจเข้าข่าย ประมาท ตามที่มีข้อกล่าวหา

แต่ เมกา แพลนเน็ต ยืนยันว่าอุปกรณ์ที่นำเข้าไป ไม่มีอุปกรณ์ที่ทำให้เกิดประกายไฟ หรือ ความร้อน ด้วยซ้ำ ดังนั้นเขามั่นใจว่า ประกายไฟ ไม่ใช่สาเหตุที่ไพโรเจนทำงาน

“ฝุ่น ควัน” เป็นอีกสาเหตุหนึ่ง ที่ทำให้ “ไพโรเจน” ทำงาน ข้อมูลนี้ต้องพิสูจน์ว่าเป็นที่รู้กันในหมู่คนงานที่เข้าไปหรือไม่

เพราะคำถามคือ ถ้ามีเพียงฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง เช่น ผู้รับเหมา หรือ ผู้ดูแลระบบ รปภ. มีข้อมูลเหมือนกันว่า “ฝุ่น” เป็นเหตุหนึ่งให้ไพโรเจนทำงานในคืนนั้น “ระบบไพโรเจน” อาจถูกปิด ก่อนจะส่งคนงานเข้าไป

ประธานคณะกรรมการสาขาวิศวกรรมความปลอดภัย วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย บอกกับ PPTV ว่า การทำงานในห้องที่ใช้ระบบไพโรเจน ทางเลือกที่ดีที่สุด คือ ควร “ปิดระบบ” ก่อนเข้าไปทำงาน ซึ่งในทางปฏิบัติ สามารถเลือกได้ด้วยว่า จะปิดเฉพาะ ระบบทำงานอัตโนมัติ และเปิดระบบควบคุมด้วยคนไว้ เป็นทางเลือกเมื่อจำเป็น

แต่ถ้ามีเอกสารสำคัญมาก ที่ยอมเสี่ยงเพื่อปิดระบบไม่ได้ ต้องมีคู่มือ การใช้อุปกรณ์ในห้องไพโรเจน คือ ต้องไม่มีอุปกรณ์ใดเลย ที่ทำให้เกิดควัน หรือ ประกายไฟ คือเลือกใช้ อุปกรณ์ ที่เป็นข้อต่อ เช่น ท่อพลาสติก เท่านั้น

อาจารย์บุษกร แนะนำว่า Job safety analysis  หรือ ขั้นตอนการประเมินความเสี่ยง คือสิ่งที่ต้องใช้เป็นเหมือนคัมภีร์ ในการทำงานในห้องที่ติดตั้งไพโรเจน คือ เขียนกระบวนการทำงานทั้งหมดไว้ มีผู้คุมงานทุกครั้ง รู้ว่าคนงานเป็นใครบ้าง มีกี่คนในห้อง แต่ละคน อยู่จุดไหน ทำหน้าที่อะไร

ข้อมูลจากชุดสืบสวน แสดงให้เห็นแผนผัง การว่าจ้างบริษัทภายนอกเข้ามาดูแลระบบต่างๆของ SCB PARK โดยจะเห็นว่า แยกออกเป็น 2 สาย สายที่เป็นบริษัท ดูแลระบบทั้งหมดภายในตึก รวมทั้งระบบรักษาความปลอดภัย คือ JLL หรือ บริษัท โจซแลง ลาไซน์ ส่วนที่ลงมาด้านล่าง คือ เมก้า แพลนเน็ต ที่ดูแลระบบอัคคีภัย แต่เมกา บอกว่า ไม่ใช่คนที่ติดตั้งระบบไพโรเจน ในแผนผังนี้ ชี้ให้เห็นว่าเมกา ยังจ้างเหมาช่วงต่อไปที่บริษัทอื่น ตามข้อมูลที่ตำรวจบอกว่า SCB ไม่ทราบ

แต่ที่สำคัญ คือ วันที่เกิดเหตุ ตามหลักการ ต้องมีคนของบริษัทเหล่านี้ อยู่ในเหตุการณ์ทั้งหมด คือ

1 คนของโจซแลง ลาไซน์ ในฐานะผู้ดูแลระบบ (มี รปภ.)

2 คนของ เมกา แพลนเน็ต (คนงาน)

3 คนของ SCB (ตร.บอกมี 1 คน – ไม่แน่ใจว่า นับ รปภ.เป็นคนของ SCB หรือไม่ )

ที่น่าสนใจ คือ คนที่เสียชีวิต ทั้งหมด รวมทั้งคนเจ็บ ที่ออกมาจากห้องนั้น มีเพียง คนงาน ที่ไม่ความรู้เรื่องระบบ และ รปภ. ที่เสียชีวิต “ไม่มี” วิศวกร” หรือ ใครก็ตาม ที่เห็นได้ว่า จะเป็นผู้ตัดสินใจ ดูแลระบบ หรือ ตัดระบบ

 

PR-โปรแกรมผลบอล_B PR-โปรแกรมผลบอล_B
TOP ประเด็นร้อน
วิดีโอยอดนิยม
เรื่องที่คุณอาจพลาด

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ