นายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทยให้สัมภาษณ์หลังแถลงข่าวงาน 119 ปีการรถไฟฯ ถึงการที่นายกรัฐมนตรีใช้อำนาจตามมาตรา44 ให้โครงการขนาดใหญ่ของรัฐสามารถหาผู้รับเหมาไปพร้อมกับการทำรายงานผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมหรืออีไอเอได้ ว่าไม่ถือว่าเป็นการลดขั้นตอนดำเนินการโครงการต่างๆ เพียงแค่เปลี่ยนเป็นการทำแบบควบคู่กันไปเท่านั้น
โดยการปลดล็อคอีไอเอครั้งนี้ถือว่าเป็นผลดีเพราะสามารถผลักดันโครงการต่างๆที่ดำเนินการค้างอยู่ได้รวดเร็วขึ้น เนื่องจากทาง รฟท. เองก็มีโครงการหลายอย่างที่ต้องผลักดัน เช่น การเช่าซื้อหัวรถถจักรใหม่การปรับปรุงสถานี การขยายเส้นทางเดินรถ เป็นต้น
อย่างไรก็ตามกรณีรถไฟความเร็วปานกลางรางคู่ที่เป็นความร่วมมือระหว่างรัฐบาลไทยและจีน ที่ยังมีประเด็นร้อนที่หลายฝ่ายจับตา ทั้งเรื่องของสัดส่วนการลงทุนว่าแต่ละฝ่ายจะลงทุนเท่าไร และขนาดรางนั้น นายวุฒิชาติขอไม่พูดถึงเนื่องจากยังไม่มีความชัดเจน ต้องขอเดินทางไปหารือกับทางการจีนก่อน