ขณะนี้ยังคงมีความเห็นออกมาจากหลายฝ่าย ต่อข้อเสนอขอปรับแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญของ คสช. ที่ต้องการให้ สว. ทั้ง 250 คนมาจากการสรรหาทั้งหมด และให้โควต้ากับผู้นำเหล่าทัพ 6 ที่นั่ง ขณะที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ ลงเสียงเอกฉันท์เห็นชอบหลักการร่างพระราชบัญญัติการออกเสียงประชามติฯ ที่ให้อำนาจกับ กกต. จัดเวทีถกเถียงเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญได้เพียงองค์กรเดียว
ในวันนี้ (18 มี.ค. 2559) นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เป็นผู้ชี้แจงหลักการและเหตุผลในวาระแรก ในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ของสภานิติบัญญัติแห่งชาติด้วยตัวเอง ก่อนที่ที่ประชุมจะมีมติเอกฉันท์ 153 เสียง รับหลักการกฎหมายในวาระที่ 1 แต่ก็มีสมาชิก สนช. แสดงความเป็นห่วง ว่าเนื้อหาของกฎหมายอาจจะส่งผลกระทบต่อการมีส่วนร่วมของประชาชน
สาระสำคัญร่างกฎหมายการออกเสียงประชามติฉบับนี้ คือ การให้อำนาจคณะกรรมการการเลือกตั้ง จัดเวทีถกเถียงเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญได้เพียงองค์กรเดียว หากองค์กรไหนละเมิด ก็จะต้องรับความเสี่ยงทางกฎหมาย
ขณะที่อดีตแกนนำ กปปส. ยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีเรียกร้องให้กกต.และรัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ร่วมกันชดใช้ค่าเสียหาย การเลือกตั้ง 2 กุมภาพันธ์ 2557 ที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้เป็นโมฆะ แทนการฟ้องเรียกค่าเสียหายจากกลุ่ม กปปส. โดยหลังจากยื่นหนังสือเสร็จสิ้น นายถาวร เสนเนียม อดีตแกนนำ กปปส. ได้แสดงความเห็นต่อข้อเสนอ คสช. ในลักษณะสนับสนุนให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเลือกนายกรัฐมนตรีคนนอกอย่างเปิดกว้าง เพราะเห็นว่า ไม่ใช่เรื่องเสียหาย
ส่วนประเด็นที่ นายถาวร ยังติดใจคือการเปิดโอกาสให้ ผู้นำเหล่าทัพ เป็น ส.ว. สรรหา โดยตำแหน่ง เพราะถือเป็นจุดอ่อนที่อาจทำให้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ถูกคว่ำในขั้นตอนประชามติ