ครบรอบ 1 ปี แผ่นดินไหวเนปาล พบนักท่องเที่ยวลดฮวบกว่า 2 แสนคน (คลิป)

โดย PPTV Online

เผยแพร่

แผ่นดินไหวเนปาล 1 ปี พบมีครอบครัวชาวเนปาลเพียง 660 ครัวเรือนได้รับเงินเยียวยางวดแรกจากทั้งหมด 770,000 ครัวเรือน ส่วนแหล่งมรดกโลกกว่า 600 แห่งเริ่มบูรณะ แต่ยังล่าช้า ขณะที่ธุรกิจการท่องเที่ยวหลังแผ่นดินไหวมีนักท่องเที่ยวลดลงกว่า 2แสนคน

ปี 2015 เป็นปีแห่งฝันร้ายของชาวเนปาล หลังต้องเผชิญกับแผ่นดินไหวใหญ่ถึง 2 ครั้งในเวลาไล่เลี่ยกัน ครั้งแรกเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 25 เม.ย. ขนาด 7.8 ซึ่งถือว่ารุนแรงที่สุดในรอบ 81 ปี จากนั้น แผ่นดินไหวใหญ่ครั้งที่ 2 ขนาด 7.3 เกิดขึ้นตามมา ในวันที่ 12 พ.ค. ซ้ำเติมสถานการณ์ที่ย่ำแย่อยู่แล้วให้ยิ่งเลวร้ายลงไปอีก

แรงสั่นสะเทือนจากแผ่นดินไหวระลอกนั้น ทำให้เกิดหิมะถล่มบนยอดเขาเอเวอร์เรสต์ และสร้างความเสียหายให้กับบ้านเรือนและโบราณสถานที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก ประชาชนล้มตายเกือบ 9 พันคน และบาดเจ็บมากกว่า 22,000 คน  

ผ่านมาแล้ว 1 ปี บาดแผลจากธรณีพิบัติในครั้งนั้นยังหลงเหลือให้เห็นตามซากปรักหักพังที่กระจัดกระจายอยู่ทั่วเมืองกาฐมาณฑุ รวมถึงพื้นที่ใกล้เคียง แม้ว่ารัฐบาลเนปาลจะได้รับเงินบริจาคจากนานาชาติแล้วกว่า 4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่ก็แทบจะไม่มีโครงการบูรณะซ่อมแซมและฟื้นฟูอย่างจริงจังให้เห็น โดยปัจจุบัน บ้านเรือนประชาชน และสถานที่ราชการ ที่เสียหายไปมากกว่า 1 ล้านแห่ง ได้รับการซ่อมแซมหรือสร้างขึ้นใหม่เพียงไม่ถึง 5% เท่านั้น ประชาชนอีกกว่า 3 ล้านคนยังต้องอาศัยอยู่ตามศูนย์พักพิง หรือบ้านพักชั่วคราว ที่มีเพียงเครื่องนอนไว้ใช้พักอาศัย

ขณะที่มาตรการช่วยเหลือเยียวยาเรื่องที่อยู่อาศัย คนละ 2 พันดอลลาร์สหรัฐ ก็อยู่ภายใต้เงื่อนไขว่า ผู้ประสบภัยต้องมีโฉนดหรือเอกสารมายืนยันเท่านั้น ซึ่งปัจจุบัน มีเพียง 660 ครัวเรือน จากทั้งหมด 770,000 ครัวเรือนที่ได้รับเงินงวดแรกแล้ว ส่วนประชาชนอีกประมาณ 110,000 ครัวเรือน ยอมย้ายกลับไปอยู่บ้านเดิม แม้จะรู้ดีว่า มีความเสี่ยงที่บ้านจะพังถล่มลงมาเมื่อใดก็ได้ ขณะที่ชาวบ้านอีกกว่า 31,000 คน ถอดใจสร้างบ้านใหม่ขึ้นจากน้ำพักน้ำแรงตนเอง

ส่วนการบูรณะซ่อมแซมสถานที่ท่องเที่ยว ที่เป็นแหล่งมรดกโลกกว่า 600 แห่ง ในกรุงกาฐมาณฑุ ขณะนี้ได้เริ่มดำเนินการไปบ้างแล้ว

คริสเตียน แมนฮาร์ท ผู้อำนวยการยูเนสโก ประจำเนปาล เปิดเผยว่า  ยูเนสโกสามารถบูรณะวัด และสิ่งก่อสร้างทางวัฒนธรรมอายุหลายร้อยปีเหล่านี้ ให้กลับมาเป็นเหมือนเดิมได้ แต่ติดปัญหาที่การบริหารจัดการที่ล่าช้าของรัฐบาล โดยกว่าจะมีการตั้งหน่วยงานเข้ามากำกับดูแลเรื่องนี้โดยตรงได้ ต้องใช้เวลานานถึง 9 เดือน ทำให้ขณะนี้ผู้ประสงค์บริจาคเงินช่วยเหลือเริ่มถอนตัวออกไปบางส่วน

ขณะที่สรัสวตี สิงห์ นักโบราณคดี ของกรมโบราณคดีระบุว่า เหตุผลที่กระบวนการฟื้นฟูโบราณสถานล่าช้า เป็นเพราะต้องอาศัยความรู้ที่ลึกซึ้งเกี่ยวกับโครงสร้างเดิมของอาคารซึ่งแผ่นดินไหวครั้งนี้สอนให้รู้ว่า ที่เนปาล แทบไม่การศึกษาหรือเก็บข้อมูลเกี่ยวกับโครงสร้างของโบราณสถานเก่าแก่ไว้เลย”

ส่วนอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ซึ่งเคยเฟื่องฟูและเป็นแหล่งรายได้ที่สำคัญอย่างหนึ่งของเนปาล ก็กำลังฟื้นตัวอย่างช้าๆเช่นกัน

นาบิน สุเบดี ผู้ประกอบการท่องเที่ยวในเนปาล เปิดเผยกับทีมข่าว PPTV ว่า ในปี 2014 มีนักท่องเที่ยวไปเยือนเนปาลกว่า 8 แสนคน แต่หลังเกิดเหตุแผ่นดินไหว ธุรกิจการท่องเที่ยวได้รับผลกระทบทั้งระบบ เนื่องจากมีการยกเลิกห้องพัก และบริษัทจัดทัวร์ปีนเขาหลายแห่งต้องยกเลิกกิจกรรมพิชิตยอดเอเวอเรสต์ ทำให้ปี 2015 มีจำนวนนักท่องเที่ยวเหลืออยู่ประมาณ 550,000 คน ซึ่ง เขาก็หวังว่าปี 2016 นี้ นักท่องเที่ยวจะกลับมาเยือนเนปาลมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ชาวเนปาลต้องการในตอนนี้ อาจไม่ใช่เพียงการรอคอยและคาดหวัง แต่เป็นการบริหารจัดการอย่างเต็มที่และจริงใจจากภาครัฐ เพื่อให้บาดแผลทางใจของพวกเขาได้รับการเยียวยา และสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติอีกครั้ง

ทีมข่าวต่างประเทศ PPTV รายงาน


วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ