นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และอดีตนายกรัฐมนตรี พูดถึงประเด็นปัญหาต่างๆ อย่างรอบด้านของรัฐธรรมนูญที่กำลังจะมีการออกเสียงประชามติในวันที่ 7 สิงหาคมในรายการ “เป็นเรื่องเป็นข่าว” ซึ่งจะออกอากาศในเวลา 19.30 น. วันที่ 25 เมษายน ทางสถานีโทรทัศน์ PPTVHD 36 ว่า การออกเสียงประชามติต้องเสรีและเป็นธรรม ไม่เช่นนั้นเงิน 3,000 กว่าล้านบาทก็สูญเปล่า เพราะทำให้รัฐธรรมนูญไม่ได้รับความชอบธรรม และก่อนการออกเสียงประชามติ ต้องสามารถแสดงคิดเห็นโน้นน้าวได้ว่ารับหรือไม่รับ เพียงแต่อย่าบิดเบือน ก้าวร้าว รุนแรง หยาบคายเท่านั้น ยังไม่เห็นว่าการแสดงความคิดเห็นจะผิดกฎหมายออกเสียงประชามติ เว้นแต่กฎหมายอื่นๆ ของ คสช.คณะกรรมการการเลือกตั้งทำให้ชัดเจน
หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า การออกเสียงประชามติคือ โอกาสทองของประเทศที่จะได้ใช้เสรีภาพในระบอบประชาธิปไตย ไม่ใช่การมีเสรีภาพโดยไม่เคารพกฎหมาย ทั้งนี้ไม่เห็นด้วยกับคำถามพ่วงของสภานิติบัญญัติแห่งชาติที่ให้ ส.ว.จำนวน 250 คนที่ไม่ได้มาจากประชาชนมาลบล้างเจตนารมณ์ของประชาชนไม่เป็นโยชน์ต่อบ้านเมือง เพราะ ส.ว.มีสองทางเลือกคือไปช่วยเสียงข้างมากและเสียงข้างน้อย
“ไปช่วยเสียงข้างมาก ไม่มีประโยชน์ เพราะจะทำให้สูญเสียความกลางทางการเมือง ไปช่วยข้างน้อยถามว่ารัฐบาลจะอยู่ได้หรือไม่ ตั้งเสร็จวันรุ่งขึ้นเขาเปิดอภิปรายไม่ไม่วางใจจะทำอย่างไร ส.ว.จะกลายเป็นคนที่ คสช.ส่งเข้ามาเป็นคู่ขัดแย้งใหม่ทางการเมืองทันที” อดีตนายกรัฐมนตรีกล่าว และว่า ส.ว.ควรมีอำนาจหน้าที่เหมาะสมถ่วงดุล ประชุม เรียกรัฐบาลชี้แจง อย่าให้มาเลือกข้างทางการเมือง ไม่ใช่นั้น ส.ว.ก็ไม่ต่างอะไรกับพรรคการเมือง และประชาชนไม่สามารถเลือก ส.ว.ได้ด้วยตัวเอง หากจะเลือกต้องไปสมัคร ส.ว.เพื่อที่จะเลือกกันเอง การเลือกตั้ง ส.ว.กลายเป็นเรื่องของนักการเมืองไม่ใช่ของประชาชนอีกต่อไป
นายอภิสิทธิ์ กล่าวด้วยว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้มีจุดแข็งเรื่องการปราบปรามการทุจริต แต่ก็มีจุดอ่อนบั่นทอนความสามารถของรัฐบาลในการปราบปรามการทุจริต เพราะมีกลไกที่ให้การเมืองต่อรองกับ ป.ป.ช.ได้เพราะสามารถร้องเรียน ป.ป.ช.ต่อประธานสภาฯซึ่งเป็นคนของรัฐบาลได้ เนื่องจากให้อำนาจประธานสภาฯ ส่งเรื่องร้องเรียนได้หรือไม่ก็ได้
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า นอกจากนี้ ยังมีเรื่องสิทธิชุมชน สิ่งแวดล้อม องค์กรคุ้มครองผู้บริโรค สิทธิเสรีภาพของสื่อมวลชที่ถดถอยลง ฉะนั้นคสช.ควรใช้โอกาสนี้สร้างความชัดเจนหรืออย่างน้อยให้ประชาชนรู้ว่าหากรับหรือไม่รับรัฐธรรมนูญฉบับนี้แล้วจะมีหนทางเลือกอย่างไร จะนำรัฐธรรมนูญฉบับไหนมาปรับใช้ โดยส่วนตัวแล้วเห็นว่าฉบับปี 2550 มีความเชื่อมโยงกับประชาชนเพราะเคยผ่านประชามติมาแล้ว มีกฏกติกาที่วางไว้สามารถดำเนินการได้ทันที
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า คสช.อย่าทำให้รัฐธรรมนูญกลายเป็นเรื่องของทหารและนายทักษิณ ชินวัตร อย่าระแวงสงสัย อย่ามองนักการเมืองและพรรคการเมืองคือตัวปัญหา เพราะที่สุดแล้วคนที่มาแทนก็คือนักการเมืองเหมือนกัน ต้องแยกให้ชัดคนที่เป็นนักการเมืองอาชีพกับักการเมืองที่เข้ามาหากิน คสช.ต้องแยกให้ชัด