กากอุตสาหกรรมจำนวนมาก ถูกขุดขึ้นมาจากใต้ดินที่ถมใหม่ หลังชาวบ้านในอำเภอบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทราจับได้ว่ามีผู้ลักลอบนำมาทิ้ง จนทำให้สัตว์น้ำที่ชาวบ้านเลี้ยงไว้ตายเกือบทั้งหมด แม้เหตุการณ์นี้จะเกิดขึ้นมากว่า 6 ปีแล้ว แต่ปัจจุบันกลับพบว่ายังไม่สามารถนำกากของเสียและมลพิษออกจากพื้นที่ได้ทั้งหมด
เหตุการณ์นี้แทบไม่ต่างกรณีลักลอบทิ้งตะกรันอลูมิเนียม ในนิคมอุตสาหกรรมเมืองมหาชัย จังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งหากจับตัวผู้กระทำผิดไม่ได้ รัฐอาจต้องออกเงินจ่ายค่ากำจัดกากของเสียอันตรายเหล่านี้เองที่ตันละหลายพันบาท
สำหรับปัญหาการลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรมลักษณะนี้ยังมีให้เห็นบ่อยครั้ง นักวิชาการเรื่องนี้มองว่ากระบวนการจัดการกากอุตสาหกรรมของไทยยังมีปัญหาในเชิงระบบ ซึ่งกรมโรงงานอุตสาหกรรมต้องให้ความสำคัญกับโรงงานผู้ผลิตกากของเสียอันตรายมากขึ้น เพื่ออุดช่องโหว่
แม้กรมโรงงานอุตสาหกรรมจะยอมรับว่าที่ผ่านมา ระบบการจัดการกากอุตสาหกรรมยังมีช่องโหว่ให้ผู้ประกอบการบางรายใช้เป็นช่องว่างลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรมในที่สาธารณะได้ แต่เชื่อว่าสถานการณ์หลังจากนี้จะดีขึ้นเพราะได้เตรียมแผนรับมือไว้แล้ว โดยเฉพาะการเร่งรัดนำโรงงานและกากอุตสาหกรรมเข้าสู่ระบบให้ได้ 90 เปอร์เซ็นต์ ติดตั้ง GPS กับรถขนกากอันตราย เพิ่มบทลงโทษ และส่งเสริมให้เกิดเตาเผาขยะที่ผลิตไฟฟ้าได้เพิ่มขึ้น ซึ่งการดำเนินการทั้งหมดจะต้องเกิดขึ้นภายใน 5 ปี
แม้กรมโรงงานฯ จะเชื่อว่าแผนจัดการกากอุตสาหกรรมนี้ จะสามารถแก้ปัญหาการลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรมได้ แต่นักวิชาการมองว่าการแก้ปัญหาที่ดีที่สุด คือรัฐต้องจัดการกับโรงงานผู้ผลิตกากของเสียให้ได้ทั้งหมด โดยเฉพาะโรงงานประเภทรีไซเคิลซึ่งผลิตกากอุตสาหกรรมอันตรายจำนวนมาก แต่มักจะถูกมองข้าม
ฮานีฟ สาแลมิง ถ่ายภาพ
ปรารถนา พรมพิทักษ์ รายงาน