จากแผนการผลิตและตลาดข้าว ที่ประกาศออกมาสำหรับฤดูการผลิต 2559/2560 กำหนดให้ลดพื้นที่นาปรัง 4,000,000 ไร่ ผลผลิตข้าวลดลงได้ 4,000,000 ตันข้าวเปลือก ให้อยู่ในระดับที่สอดคล้องกับความต้องการตลาดทั้งในและต่างประเทศ
ทั้งนี้ รองศาสตราจารย์สมพร อิศวิลานนท์ นักวิชาการอาวุโส สถาบันคลังสมองของชาติ เสนอว่า รัฐบาลควรอาศัยจังหวะเวลาที่ลดพื้นที่ปลูกข้าวนาปรัง เป็นการปรับโครงสร้างการเพาะปลูก โดยใช้ปริมาณน้ำเป็นเกณฑ์ รัฐต้องให้ทั้งเงินทุนและความรู้กับชาวนา ให้หันมาปลูกพืชสวนที่มีราคาดีแทน โดยวิธีการทำเกษตรแปลงใหญ่ซึ่งไม่ใช่แปลงใหญ่ของนายทุน แต่เป็นการบริหารจัดการโดยชุมชน ด้วยการปลูกพืชชนิดเดียวกัน เพื่อสร้างอำนาจต่อรอง และเฉลี่ยต้นทุนร่วมกัน เช่น เมล่อน มะพร้าวน้ำหอม พริกขี้หนู
แต่หากเกษตรกรยังต้องการปลูกข้าว อาจารย์สมพร ระบุว่า ต้องปลูกข้าวที่อิงกับสินค้าสุขภาพ เช่น ข้าวอินทรีย์ หรือ ข้าวจีไอ ที่มีตลาดรับซื้อ เช่น สิงคโปร์ ขณะเดียวกัน คาดการณ์ว่าในอีก 3-4 ปีข้างหน้า ราคาข้าวในตลาดโลกจะยังไม่สูงขึ้นมากนัก เพราะหลายประเทศ เช่น เมียนมา อินเดีย บังกลาเทศ จะส่งออกได้มากขึ้น หากไทยไม่ปรับตัวก็จะต้องขายได้ในราคาต่ำ และรัฐบาลต้องรับซื้อราคาสูง กลายเป็นปัญหาซ้ำซาก