วันนี้ (10 พ.ค.59) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชาวประมงหลายจังหวัด เดินทางเข้ารับทราบข้อกล่าวหา จากพนักงานสอบสวนกองบัญชาการตำรวจนครบาล หลังถูกกรมประมงมาแจ้งความดำเนินคดี ข้อหาไม่ติดเครื่องติดตามตำแหน่งเรือ หรือ วีเอ็มเอส
พลตำรวจตรีจารุวัฒน์ ไวศยะ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยว่า หลังกรมประมงมาแจ้งความกับพนักงานสอบสวนว่า มีเรือที่ไม่ดำเนินการติดระบบวีเอ็มเอส กว่า 2,700 ลำ ใน 22 จังหวัดชายทะเล จึงออกหมายเรียกให้มารับทราบข้อกล่าวหา และพร้อมให้ความเป็นธรรมกับเจ้าของเรือทุกลำ โดยจะต้องสอบสวนก่อนว่าทำไมถึงไม่ติดตั้งระบบดังกล่าวตามประกาศ
โดยเจ้าของเรือที่ถูกออกหมายเรียกต้องมารับทราบข้อกล่าวหา ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล จนถึงวันที่ 14 พฤษภาคมนี้ หากไม่มาตามหมายเรียกก็จะดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยมีโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
นายมงคล สุขเจริญคณา นายกสมาคมการประมงแห่งประเทศไทย ยอมรับว่า มีผู้ประกอบการที่ไม่ได้ติดตั้ง ระบบติดตามเรือประมง หรือ VMS แต่เป็นเรือที่เครื่องมือประมงไม่ตรงกับใบอนุญาต และไม่ได้ออกทำประมงตั้งแต่เดือนกรกฏาคมปีที่แล้ว
ซึ่งความเข้าใจของชาวประมง เห็นว่าเรือที่ต้องติด VMS ควรเป็นเรือประมงที่ออกทำประมง หรือ ลอยลำในทะเลเท่านั้น ไม่ใช่เรือทั้งหมด จึงอาจตีความไม่ตรงกับภาครัฐ และไม่ได้รับการชี้แจงข้อกฎหมายเหล่านี้ แต่กลับแจ้งความเอาผิดกับชาวประมง 1,500 คน
โครงการจัดทำระบบติดตามเรือ หรือ VMS เป็นการจัดทำระบบ ที่นำเอาเทคโนโลยีของอินเทอร์เน็ต ระบบกำหนดจุดพิกัด หรือ GPS และเครือข่ายของโทรศัพท์มือถือ มาช่วยระบุตำแหน่งเรือประมง ร่วมกับการประยุกต์ใช้ระบบติดตาม เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดผลกระทบการส่งออกผลิตภัณฑ์ประมง ไปยังสหภาพยุโรป ตามกฎระเบียบที่ออกโดยสหภาพยุโรป ว่าด้วยการป้องกัน ต่อต้าน และขจัดการทำประมงที่ผิดกฎหมาย ไม่รายงาน และไร้การควบคุม หรือกฎระเบียบ IUU