ขณะที่ฝายต้องกักน้ำไว้รักษาระบบนิเวศทำให้ชาวสวนลำไย บริเวณนี้ต้องเร่งสูบน้ำไปใช้เพราะไม่มั่นใจ สถานการณ์ภัยแล้งที่อาจยาวนาน
สวนลำไยใน อำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูน ที่ตั้งอยู่ในโซนกลางของแม่น้ำปิง ยังคงเขียวขจี ติดผลดก รอวันเก็บเกี่ยว เพราะแม่น้ำปิงโซนนี้ยังมีน้ำพอให้สูบมาใช้ ต่างจากสวนลำไยที่อยู่ในโซนปลายน้ำ ที่แห้งตายจำนวนมากเพราะขาดน้ำ
แม้เกษตรกรจะทราบดีว่าน้ำในแม่น้ำปิงเหลือน้อยเต็มที จนไม่สามารถไหลลงสู่ท้ายน้ำได้และน้ำถูกกักไว้ที่ฝายหนองสลีก แต่เพื่อความอยู่รอดเกษตรกรกลางน้ำจึงสูบน้ำมาใช้ เพราะได้ทำพันธะสัญญาขายลำไยกับนายทุนไว้ก่อนแล้ว
นับเป็นเวลากว่า 9 วันแล้วที่ฝายแห่งนี้ ไม่ได้เปิดระบายน้ำให้ชาวบ้านเพราะระดับน้ำมีน้อยมาก โดยปัจจุบันมีอยู่ไม่ถึง 1 เมตร 60 เซนติเมตร สภาพน้ำท้ายฝายที่แห้งแล้งจึงแตกต่างจากเหนือฝายอย่างเห็นได้ชัด
อภิวัฒน์ ภูมิไธสง ผู้อำนวยการส่วนบริหารจัดการน้ำและบำรุงรักษา สำนักงานชลประทานที่ 1 จังหวัดเชียงใหม่ อธิบายว่า สถานการณ์เช่นนี้เป็นไปตาม การบริหารจัดการน้ำตามแผน เพื่อรักษาน้ำต้นทุนของแม่น้ำปิง ในเขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล ที่เหลือเพียง 27 ล้านลูกบาศก์เมตร ให้ใช้ได้ถึงเดือนกรกฎาคม หรือจนกว่าจะมีน้ำฝนมาเติมเต็ม
แต่หากว่าในอีก 2 วันข้างหน้าหากมวลน้ำปิงที่ฝายหนองสลีกเพิ่มขึ้น อยู่ในระดับที่จะระบายน้ำได้ ก็อาจจะปล่อยน้ำเพิ่มอีก 2 ล้านลูกบากศ์เมตร ลงท้ายเขื่อนอีกครั้ง ซึ่งนั่นคือน้ำอุปโภค บริโภค และช่วยเกษตรกรชาวสวน ให้สามารถประคองพืชผลให้มีชีวิตรอด
สถานการณ์แม่น้ำปิงแห้งขอดครั้งนี้ รุนแรงที่สุดในรอบ 95 ปี สำนักชลประทาน หรือ เกษตรกร ต่างยังคงฝากความหวังไว้กับฟ้าและฝน ที่จะลงมาคลี่คลายวิกฤติในครั้งนี้ ให้ผ่านพ้นไป
นิกร เลิศพิสิฐฐากูร รายงาน