ปรับโฉมเอทีเอ็มไทย “แถบแม่เหล็กสู่ชิปการ์ด” รับอี-เพย์ เริ่ม 16 พ.ค. นี้

โดย PPTV Online

เผยแพร่

ธนาคารพาณิชย์ทุกแห่งในประเทศพร้อมใจเปลี่ยนบัตรเอทีเอ็มและบัตรเดบิต เป็นแบบชิปการ์ด ตั้งแต่วันที่ 16 พ.ค. นี้ เพื่อส่งเสริม อี-เพย์เม้นท์ ให้แพร่หลาย และ สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ เนชั่นแนล อี-เพย์เม้นท์ ของรัฐบาล พร้อมยันอัตราการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมเท่าเดิม

วันนี้ (13 พ.ค. 59) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตั้งแต่วันที่ 16 พ.ค. 59 บัตรเอทีเอ็มและบัตรเดบิตที่ออกโดยธนาคารพาณิชย์ทุกแห่งในประเทศจะเปลี่ยนเป็นแบบชิปการ์ดทั้งหมด ส่วนบัตรแบบเดิมที่เป็นแถบแม่เหล็กประมาณ 60 ล้านใบที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน ธนาคารจะเริ่มทยอยเปลี่ยนให้ครบภายในวันที่ 31 ธ.ค. 62 ซึ่งตอนนี้บัตรเดิมยังคงสามารถใช้งานได้ตามปกติ

นางทองอุไร ลิ้มปิติ รองผู้ว่าการ ด้านเสถียรภาพสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ ธปท. ระบุว่า หลังจากคณะกรรมการระบบชำระเงิน ได้มีข้อตกลงในการกำหนดนโยบายให้ธนาคารพาณิชย์เปลี่ยนบัตรเอทีเอ็มและบัตรเดบิตจากแถบแม่เหล็กให้เป็นชิปการ์ดในปี 2556 ปัจจุบันธนาคารพาณิชย์ทั้งหมดสามารถปรับเปลี่ยนระบบไปแล้วกว่า ร้อยละ 80-90 อาจจะมีบางส่วนที่จะต้องลงทุนในการซื้อเครื่องใหม่ อาจจะต้องใช้เวลาแต่คาดว่าสิ้นปีนี้ทุกเครื่องจะเปลี่ยนครบทั้งหมด

อย่างไรก็ตาม การปรับเปลี่ยนบัตรเอทีเอ็มและเดบิตมาเป็นชิปการ์ดนั้น ช่วยให้ผู้ถือบัตรมีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น เพราะสามารถป้องกันการถูกคัดลอกข้อมูลและโจรกรรมข้อมูลจากบัตร ได้ดีกว่าบัตรแถบแม่เหล็ก แต่ยอมรับว่าการป้องกันในบัตรชิปการ์ดอาจจะไม่ได้ป้องกันได้ทั้ง 100% เพราะกลุ่มผู้ไม่ประสงค์ดีก็มีการพัฒนาตามไปด้วย

ขณะเดียวกัน การปรับเปลี่ยนดังกล่าวยังสอดคล้องกับนโยบายรัฐบาล ซึ่งจะเห็นได้ว่าภายหลังจากมีนโยบายการทำธุรกรรมผ่านอิเล็กทรอนิกส์มากขึ้น ปริมาณการพิมพ์ธนบัตรของ ธปท. ลดลงเกือบล้านฉบับจากปกติจะพิมพ์ธนบัตรเฉลี่ยปีละ 3,000 ล้านฉบับ โดยปัจจุบันเหลือเพียง 2,000 ล้านฉบับ

ด้าน นายปรีดี ดาวฉาย ประธานสมาคมธนาคารไทย กล่าวถึงค่าธรรมเนียมในการเปลี่ยนบัตรว่า แม้แต่ละธนาคารจะมีการเรียกเก็บค่าบัตรแต่ละประเภทไม่เท่ากัน แต่ธนาคารพาณิชย์ทั้งระบบจะยังคงรักษาอัตราการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมเท่าเดิม ไม่มีการปรับเพิ่มขึ้นแต่อย่างใด เช่น ธนาคารกสิกรไทย บัตรเดบิต จะเรียกเก็บค่าบัตร 200 บาท และอัตราแรกเข้า 100 บาท เช่นเดียวกับธนาคารกรุงเทพที่เรียกเก็บค่าบัตร 200 บาท แรกเข้า 100 บาท ส่วนธนาคารกรุงไทย มีบัตรหลายประเภทขั้นต่ำสุดค่าบัตรอยู่ที่ 230 บาท แรกเข้า 100 บาท เป็นต้น

ทั้งนี้ จะเห็นว่าอัตราการเรียกเก็บค่าทำบัตรใหม่จะยังคงอัตราเดิมเหมือนที่เรียกเก็บการทำบัตรแถบแม่เหล็ก ส่วนจะอยู่ในอัตราเท่าใดนั้นขึ้นอยู่กับธนาคารแต่ละแห่ง เนื่องจากมีการเรียกเก็บที่แตกต่างกันตั้งแต่ต้นอยู่แล้ว ส่วนสิทธิประโยชน์ยังคงเดิม เช่น ฟรีค่าธรรมเนียมการถอนเงินต่างธนาคารได้จำนวน 4 ครั้ง แต่ไม่สามารถทำยอดในต่างประเทศได้ เป็นต้น

แต่ทว่า กระแสที่เกิดขึ้นตามโซเชียลเน็ตเวิร์กในขณะนี้ คือความกังวลของลูกค้า ที่จะต้องรับภาระค่าธรรมเนียมโดยไม่จำเป็น ส่วนหนึ่งเพราะบัตรเดบิตในท้องตลาด มีความหลากหลายมากและค่าธรรมเนียมแตกต่างกัน รวมถึงกรณีที่ธนาคารพาณิชย์ขายบัตรเดบิตพ่วงประกัน ซึ่งค่าธรรมเนียมแพงกว่าบัตรเดบิตปกติค่อนข้างมาก

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ