โดยเมื่อฤดูร้อนปีที่แล้ว คลื่นความร้อนสูงผิดปกติได้คร่าชีวิตผู้คนไปกว่า 1,300 คน จนทำให้ไม่สามารถหาที่ฝังศพได้ทัน ขณะที่โรงพยาบาล และสุเหร่าก็แน่นขนัดไปด้วยประชาชนที่ได้รับผลกระทบ
แม้ว่ารัฐบาลและหน่วยงานการกุศลจะช่วยกันจัดการปัญหาไม่ให้บานปลายได้ในที่สุด แต่เหตุการณ์ดังกล่าวก็สะท้อนให้เห็นว่าเมืองการาจียังขาดความพร้อมที่จะรับมือกับคลื่นความร้อนที่นักวิทยาศาสตร์ต่างเตือนว่าจะเกิดขึ้นถี่ขึ้นในอนาคต
โดยระบบไฟฟ้าและระบบประปาที่ไม่เสถียร ทำให้ชาวเมืองได้รับผลกระทบหนักกว่าที่ควรจะเป็น เนื่องจากปีที่แล้ว เกิดกระแสไฟฟ้าดับในช่วงที่เกิดคลื่นความร้อน ทำให้ประชาชนจำนวนมากไม่สามารถเปิดพัดลมหรือเครื่องปรับอากาศเพื่อบรรเทาความร้อนได้
สำหรับสถิติอุณหภูมิสูงสุดในโลกที่เคยมีการบันทึกอยู่ที่ 56.7 องศาเซลเซียส ที่ Death Valley สหรัฐอเมริกา เมื่อปี 1913