แหล่งน้ำกลางทุ่งนาแห่งนี้ คือ จุดที่พบซากสุกรถูกนำมาทิ้งไว้จำนวนมาก โดยมีซากสุกรถูกนำมาทิ้งไว้กลางแหล่งน้ำสาธารณะ ล่าสุดมีความพยายามเผาซากสุกรเพราะกลิ่นรบกวนชาวบ้านในพื้นที่
ทีมข่าว PPTV ตามหาแหล่งที่มาของซากหมูเหล่านี้ พบว่า ในตำบลหนองกี่ อำเภอกบรินทร์บุรี มีโรงฆ่าสัตว์ที่เชือดสุกรอยู่เพียงแห่งเดียว และมีที่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากจุดทิ้ง
ทีมข่าว PPTV ได้ขอสัมภาษณ์ เจ้าของโรงงาน แต่เขาปฏิเสธที่จะชี้แจงอย่างเป็นทางการ ให้เพียงข้อมูลเบื้องต้นที่พอจะเป็นประโยชน์ว่า ซากหมูทั้งหมดมาจากโรงงานของเขาจริง แต่ไม่ได้เกิดจากเจตนาลักลอบทิ้ง ตามที่ปรากฎเป็นข่าวก่อนหน้านี้ โดยเขาเล่าว่า เจ้าของที่ดินผืนดังกล่าวเป็นคนมาติดต่อของซากหมูไปให้เป็นอาหารปลาวันละ 50 กิโลกรัม หลังส่งให้ติดต่อกัน 3 วัน จนเกิดปัญหา เขาจึงตัดสินใจยกเลิกส่งซากหมูให้
หลังจากนั้นทีมข่าวเดินทางต่อไปที่บ้านของเจ้าของที่ดิน แต่พบว่าไม่มีคนอยู่บ้าน ก่อนจะโทรศัพท์ติดต่อไป แต่ก็ไม่มีใครรับโทรศัพท์ ขณะที่ สาธารณสุของค์การบริหารส่วนตำบลหนองกี่ เปิดเผยว่า ได้คุยกับเจ้าของที่เบื้องต้น แต่ข้อมูลยังขัดแย้งกับเจ้าของโรงเชือดอยู่มาก
ถึงแม้ในขณะนี้ จะยังไม่ทราบต้นสายปลายเหตุของทิ้งซากหมูครั้งนี้ แต่ท้องถิ่นได้สั่งการให้เจ้าของที่ดิน จัดการกลิ่นไม่พึ่งประสงค์ และปรับสภาพพื้นที่ให้เป็นปกติ เพราะกังวลว่าอาจกระทบแหล่งน้ำแควโสมงที่เป็นแม่น้ำสายหลักของชาวกบินทร์บุรี
ขณะที่ พระราชบัญญัติโรคระบาดพ.ศ.2558 ระบุว่า หากเจ้าของสัตว์รายใดไม่ป้องกันและควบคุมโรคระบาดที่อาจเกิดขึ้นจากสัตว์ มีโทษจำคุก1เดือน ปรับไม่เกิน10,000บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และปรับรายวันอีกวันละไม่เกิน1000บาทจนกว่าจะแก้ไขเสร็จสิ้น
ทั้งนี้ องค์การบริหารส่วนตำบลหนองกี่ ประเมินว่า กรณีนี้เข้าข่ายทำผิดตามกฏหมายดังกล่าว เพราะ ซากสุกรที่เน่าเหม็นอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพของคนในชุมชน