ซึ่งเรื่องนี้มีความสำคัญไม่แพ้กัน โดยการครบกำหนดจ่ายค่าใบอนุญาตทีวีดิจิทัลงวดที่ 3 เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม แต่ 5 ผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลยืนยันที่จะไม่จ่าย แสดงจุดยืนรอคำสั่งศาลหวังให้ช่วยบรรเทาทุกข์เลื่อนการจ่ายค่าใบอนุญาตออกไป เพราะเหตุใดผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลถึงยอมจ่ายเงินเพิ่มในส่วนของดอกเบี้ย ในขณะที่อุตสาหกรรมทีวีดิจิทัลส่วนใหญ่ก็ยังอยู่ในภาวะขาดทุน
ท่าทีของผู้ประกอบการทีวีดิจิทัล 5 ช่อง ที่เดินทางมาสำนักงาน กสทช. ในวันครบกำหนดจ่ายค่าใบอนุญาต แต่กลับไม่จ่ายเงินภายในเวลาที่กำหนด เพื่อหวังสะท้อนจุดยืนเรียกร้องให้ กสทช. เร่งปฏิบัติตามคำสัญญาที่เคยให้ก่อนการประมูล แม้เรื่องนี้จะถูกเรียกร้องมาตั้งแต่เริ่มต้นออกอากาศเมื่อ 2 ปี ที่ผ่านมา
ผลที่ตามมาจากการไม่จ่ายค่าใบอนุญาตตามกรอบเวลา ผู้ประกอบการต้องเสียค่าธรรมเนียมเพิ่มร้อยละ 7.5 ของวงเงินที่ค้างชำระ นับตั้งแต่วันที่ไม่จ่าย หมายความว่าผู้ประกอบการต้องเสียเงินเพิ่ม หากศาลไม่คุ้มครอง ตามคำร้องของผู้ประกอบการดิจิทัลทีวี
แม้จะมีบทเรียนก่อนหน้านี้ ที่ศาลปกครองมีคำสั่งไม่รับคุ้มครองกรณีสถานีโทรทัศน์ สปริง นิวส์ ยื่นฟ้องต่อศาลในประเด็นเดียวกัน และต้องจ่ายตามกำหนดเพื่อรักษาสิทธิให้สามารถดำเนินตามแผนธุรกิจระยะยาว แต่สปริงนิวส์ก็ยังร่วมแสดงจุดยืนเรียกร้องกับอีก 7 ผู้ประกอบการ คือ ช่อง one /PPTVHD /ไทยรัฐทีวี /GMM Channel /ไบร์สทีวี /เนชั่น และ Now เพื่อขอให้ศาลปกครองพิจารณาให้กสทช.เยียวยาความเสียหายกับผู้ฟ้องคดีรวมถึงให้ผ่อนผันการชำระค่าธรรมเนียมใบอนุญาตงวดที่ 3 ให้กับสำนักงาน กสทช. ซึ่งศาลปกครองได้นัดไต่สวนในวันนี้ ซึ่งหากศาลปกครองมีคำสั่งใดๆก็พร้อมจะปฎิบัติตาม
อย่างไรก็ตามการรวมตัวของ 8 ผู้ประกอบการครั้งนี้ เป็นการรวมพลังเพื่อสะท้อนปัญหาที่เกิดขึ้น และกดดันให้ กสทช. เร่งทำตามตามแผน เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงทีวีดิจิทัลได้ทุกพื้นที่ก่อนการเปลี่ยนผ่านจากระบบอนาล็อกเป็นดิจิทัลทีวีในปี 2561
สมหญิง พวงพิพัฒน์