ผู้ป่วยรายดังกล่าวเป็นหญิงวัย 49 ปี ในรัฐเพนซิลเวเนีย โดยเธอมีการติดเชื้อในท่อปัสสาวะ ซึ่งเชื้อมีอาการดื้อยาปฏิชีวนะทุกประเภท แม้กระทั่งยาโคลิสติน ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นยาปฏิชีวนะที่มีประสิทธิภาพสูงสุด และแพทย์จะไม่ค่อยใช้บ่อยนัก นอกเสียจากใช้ยาตัวอื่นๆ แล้วไม่ได้ผล
นายโธมัส ฟรีเดน ผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและควบคุมโรคของสหรัฐ (ซีดีซี) กล่าวว่า โลกกำลังตกอยู่ในความเสี่ยงที่จะเข้าสู่ยุคที่ยาปฏิชีวนะใช้ไม่ได้ผลอีกต่อไป
ด้าน ดร.เกล แคสเซล นักจุลชีววิทยาจากมหาวิทยาลัยฮาร์เวิร์ด ระบุว่า เชื้อแบคทีเรียนี้มีความอันตราย ซึ่งเราเชื่อว่ามันอาจจะแพร่ระบาดได้รวดเร็วแม้แต่ภายในโรงพยาบาลเอง หากไม่มีการควบคุมที่ดี อย่างไรก็ตาม จะยังไม่มีทางทราบได้แน่ชัดจนกว่าจะทราบว่า ผู้ป่วยติดเชื้อดังกล่าวได้อย่างไร และเชื้อดื้อยาดังกล่าวมีอยู่ในสหรัฐฯ หรือทั่วโลกมากน้อยขนาดไหน
ซึ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้ ที่ประชุมผู้นำกลุ่มประเทศ G7 ในวันนี้ ก็ได้มีการเรียกร้องทุกฝ่ายหาทางรับมือกับเชื้อดื้อยามากกว่านี้ โดยลดการใช้ยาปฏิชีวนะ รวมถึงมอบเงินอุดหนุนให้กับบริษัทที่วิจัยและพัฒนายาตัวใหม่ได้