นับตั้งแต่วันที่ 26 พ.ค.59 เวลา 16.30 น. หลังครบกำหนดที่กรมสอบสวนคดีพิเศษหรือ ดีเอสไอ นัดหมายให้พระธัมมชโยเข้ามอบตัว แต่พระธัมมชโยไม่มาตามนัดหมาย ทำให้ตั้งแต่วันที่ 27 พ.ค.เป็นต้นมา สถานการณ์ดังกล่าวจึงก้าวสู่การออกหมายเพื่อเข้าจับตัวพระธัมมชโย และวันนี้ (1 มิ.ย.59) เป็นวันที่ 6 แล้ว แม้ดีเอสไอและวัดพระธรรมกาย จะมีความเคลื่อนไหวแต่ก็ยังไม่ชัดเจนว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป
ความเคลื่อนไหวตลอดวันนี้
“พลเอกชวลิต” เข้ากราบนมัสการ “สมเด็จช่วง”
พลเอกชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี เดินทางเข้ากราบนมัสการ สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ หรือ สมเด็จช่วง เจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ และผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนสมเด็จพระสังฆราช ณ วัดปากน้ำภาษีเจริญ เนื่องในวันเกิด ครบ 7 รอบ โดยไม่ขอแสดงความเห็นกรณี ที่ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ดำเนินคดี กับ พระเทพญาณมหามุนี หรือ พระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย เพราะเห็นว่าหน้าที่ของฝ่ายปกครองพระสงฆ์ ที่จะดำเนินการกันเอง แต่ยังเป็นห่วงเรื่องความมั่นคงของชาติ หวั่นมีมือที่ 3 เข้ามาก่อความวุ่นวาย และไม่ขอเข้าข้างฝ่ายใด เพราะดีเอสไอทำตามหน้าที่ ส่วนพระก็ยังคงเคารพเช่มเดิม อ่านข่าวเพิ่ม คลิก!
วัดพระธรรมกาย ยืนยัน วัดไม่ยุ่งเกี่ยวการเมือง
สถานการณ์ที่วัดพระธรรมกายวันนี้ พบว่า รถแบ็คโฮที่จอดขวางบริเวณประตูพุทธจักรปฏิบัติธรรมเมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ล่าสุดเจ้าของรถแบ็คโฮนำรถเคลื่อนออกจากประตูแล้ว เพราะชาวคลอง3 ปทุมธานีต้องการขอบคุณนายกฯ และ รมว.ยุติธรรมที่แสดงความเป็นห่วงทางวัดพระธรรมกาย
ส่วนท่าทีของวัดพระธรรมกายวันนี้ยังคงใช้จุดยืนเรื่องการคุมเข้มความปลอดภัยมือที่ 3 ที่ทางวัดพระธรรมกายอ้างมาตลอดเวลาว่ากังวลอาจจะเข้ามาสร้างสถานการณ์ภายในวัด โดยพระมหานพพร ปุญญชโย ผู้ช่วยผู้อำนวยการสำนักสื่อสารองค์กรวัดพระธรรมกาย ยืนยันว่า ทางวัดไม่มีการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องตามที่มีกระแสข่าวออกไปก่อนหน้านี้ อ่านข่าวเพิ่ม คลิก!
“ไพบูลย์” ยื่นหนังสือถึงสมเด็จพระพุทธชินวงศ์ พิจารณาโทษ “พระธัมมชโย”
นายไพบูลย์ นิติตะวัน อดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ และนายแพทย์มโน เลาหวณิช เดินทางเข้ายื่นหนังสือ ถึงสมเด็จพระพุทธชินวงศ์ เจ้าอาวาสวัดพิชยญาติการามวรวิหาร ในฐานะเจ้าคณะใหญ่หนกลาง และกรรมการมหาเถรสมาคม เพื่อขอให้พิจารณาว่า พระธัมมชโย ผิดครุกาบัติ หรือ อาบัติปาราชิก ขาดจากความเป็นพระภิกษุหรือไม่ โดยนำหลักฐานเทปบันทึกในรายการของช่อง DMC ที่พระธัมมชโย อ้างว่าติดต่อกับวิญญาณได้ แต่กลับพบว่า บุคคลที่อ้างว่าติดต่อได้นั้นยังมีชีวิตอยู่ ซึ่งในครั้งนี้ไม่ได้ร้องกล่าวโทษในเรื่องคดีความที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ ตั้งข้อกล่าวหาว่ารับของโจรและร่วมฟอกเงินสหกรณ์เครดิตยูเนียนคลองจั่น เพราะต้องการให้พิจารณาเพียงความผิดทางธรรมเท่านั้น
โฆษกคณะศิษยานุศิษย์ โต้ข่าววัดพระธรรมกายวางกำลังคุ้มกัน “ธัมมชโย”
โฆษกคณะศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกาย ตอบโต้กระแสข่าวที่วัดพระธรรมกายวางกำลังบุคคลคุ้มกันพระธัมมชโยภายในวัด โดยปฏิเสธว่า "ไม่เป็นความจริง" โดยอ้างว่ามีเพียงกลุ่มลูกศิษย์วัดที่รวมกลุ่มออกมาต้อนรับคณะลูกศิษย์ชั้นผู้ใหญ่ และคนที่เดินทางมาปฏิบัติธรรม ส่วนกรณีสื่อออนไลน์โพสต์ข้อความพร้อมภาพในลักษณะว่า ลูกศิษย์วัด 1 คน จะทำร้ายตัวเองถ้าพระธัมมชโยถูกกรมสอบสวนคดีพิเศษจับตัว นางสาวลีลาวดี วัชโรบล ลูกศิษย์วัดพระธรรมกายออกมาชี้แจงว่า ไม่เป็นความจริง ได้แจ้งความกับสถานีตรวจภูธรอำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานีไปแล้ว ให้ตามหาบุคคลที่ทำพฤติกรรมดังกล่าวมาดำเนินคดีฐานผิดพระราชบัญญัติคอมพิวเตอร์ฯ อ่านข่าวเพิ่ม คลิก!
ดีเอสไอ ยันตั้งข้อหาเป็นไปตามขั้นตอนกฎหมาย
พันตำรวจโทปกรณ์ สุชีวกุล ผู้บัญชาการสำนักคดีการเงินการธนาคาร กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ เปิดเผยว่า กรณีนายปรัชญา ก้อนจันทร์ ทนายความพระธัมมชโย ระบุว่า การตั้งข้อหาร่วมฟอกเงินและรับของโจร เป็นการทำคดีซ้ำซ้อน และไม่เป็นธรรม เนื่องจากคดีสิ้นสุดไปแล้ว ถือเป็นสิทธิของทนายความที่จะโต้แย้ง แต่ยืนยันว่าดีเอสไอทำตามขั้นตอนกฎหมาย เพราะพระธัมมชโยไม่เคยถูกดำเนินคดี ในกรณีเช็ค 878 ฉบับ ที่จ่ายโดยนายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานสหกรณ์เครดิตยูเนียนคลองจั่น