“ไสว่า สิบ่ เจ๊งไง” ทีวีดิจิตอล ถาม กสทช.กลางเวที “นาฏราช”

โดย PPTV Online

เผยแพร่

เป็นที่ฮือฮาทันที เมื่อการแสดงบนเวทีการประกาศรางวัล “นาฏราช” เมื่อวานนี้ โยนคำถามใหญ่ผ่านหน้าจอโทรทัศน์ ถึงคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. ผ่านการดัดแปลงเพลงดัง “ไสว่าสิบ่ถิ่มกัน” โดยตั้งคำถามใหญ่ว่า กสทช.ได้สนับสนุนให้ผู้ประกอบการทีวีดิจิตอล สามารถดำเนินธุรกิจไปรอดได้ ตามที่เคยสัญญาไว้

คงได้ฟังเนื้อหาเพลงไปแล้ว ว่าเพลงนี้ ตั้งคำถามต่อ กสทช. เกี่ยวกับการเติบโตของวงการทีวีดิจิตอล ซึ่งล่าสุด ปิดตัวลงไปแล้ว 2 ช่อง คือ ไทยทีวี และ โลก้า ในเครือของบริษัททีวีพูล และเกือบทุกช่อง ประสบภาวะขาดทุนอย่างมาก จากการดำเนินกิจการมาราว 2 ปี โดยมีปัญหาใหญ่ คือ เข้าไม่ถึงคนดู แม้ว่า จะมีสถานภาพ เป็น ฟรีทีวี ก็ตาม

แม้ว่าผลสำรวจล่าสุด จะได้ส่วนแบ่งการตลาดจากทีวีระบบอนาล็อคเดิม มากขึ้น แต่ธุรกิจนี้ ก็ยังซบเซา และล่าสุด ผู้ประกอบการ 5 ราย ยังไม่จ่ายค่าใบอนุญาตงวดที่ 3 คือ ช่องวัน จีเอ็มเอ็ม 25 ไทยรัฐทีวี ไบร์ท ทีวี พีพีทีวีเอชดี 36 แต่ที่ร่วมประกาศเจตนารมณ์ มีรวมเป็น 8 ช่อง คือ 5 ช่องที่ฟ้องร่วมกับ เนชั่นทีวี นาว 26 และ สปริงส์นิว

“กำกับดูแล” คือ บทบาทที่คนทำทีวี ต่างบอกตรงกันว่า เห็นได้ชัดจากการปฏิบัติหน้าที่ของ กสทช. ที่ออกมาเตือน การถ่ายทอดสิ่งที่ไม่เหมาะสม หรือลงโทษ ผู้ที่กระทำความผิด

แต่คนในวงการทีวี ยังพยายามบอก กสทช.ว่า แท้จริงแล้ว กสทช. ยังมีอีกหน้าที่หนึ่ง ที่มากกว่า กำกับดูแล ก็คือ หน้าที่ส่งเสริม สนับสนุน ให้การเปลี่ยนผ่านไปสู่ระบบทีวีดิจิตอล เกิดขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพ และเมื่อเห็นว่า กสทช. ละเลยบทบาทหน้าที่ตรงนี้ไป จึงเป็นที่มาของการฟ้องต่อศาลปกครอง โดยให้เหตุผลว่า ธุรกิจนี้ ซบเซา เพราะ กสทช.ยังปฏิบัติหน้าที่ไม่ดีพอ

1. กสทช.บังคับให้ผู้ประกอบการทุกราย ต้องเริ่มออกอากาศ ตั้งแต่ 25 เมษายน 2557 นั่นหมายความว่า ค่าใช้จ่าย ค่าซื้อรายการ ค่าผลิต ค่าจ้างพนักงาน เริ่มขึ้นแล้ว แต่การเข้าถึงคนดูกลับยังน้อย และคนดูก็ยังไม่รู้จัก ทีวีดิจิตอลด้วยซ้ำ

2.ละเลยล่าช้าในการควบคุมกำกับดูแลมาตรฐาน หรือคุณภาพของกล่องรับสัญญาณทีวีดิจิตอล การแจกคูปองสนับสนุนประชาชน

ข้อนี้ค่อนข้างเห็นภาพชัดเจน เพราะในหลายพื้นที่ เพิ่งได้รับแจกคูปองสำหรับแลกกล่องเซ็ตท็อปบ็อกซ์ ซึ่งควรแจกตั้งแต่ก่อนจะเริ่มออกอากาศ ที่สำคัญบางพื้นที่ กสทช.บอกว่า โครงข่ายพร้อมแล้ว เมื่อติดกล่องแล้ว ก็ยังดูไม่ได้ สัญญานมาๆหายๆ ทำให้ผู้บริโภค กลับไปใช้ดาวเทียม หรือ เคเบิลทีวี ซึ่งก่อนหน้านี้ ไม่เรียงช่องตามระบบเดียวกัน ทีวีดิจิตอลช่องใหม่หลายช่อง ที่ประมูลมาราคาแพง จึงไม่เป็นที่รู้จัก

3.การขยายโครงข่ายทีวีดิจิตอล และการกำกับดูแลผู้ประกอบการโครงข่ายทีวีดิจิตอลให้สามารถขยายโครงข่ายทีวีดิจิตอลได้ทันตามที่กำหนด

หมายความว่า ผู้รับสัญญาน ในพื้นที่หลายแห่ง ยังรับสัญญานฟรีทีวีเหล่านี้ไม่ได้ด้วยซ้ำ เพราะเสาสัญญานโครงข่าย ยังไม่ครอบคลุม ซึ่งจากการลงพื้นที่สำรวจของ กสทช.เอง เมื่อไม่นานมานี้ ก็ได้รับข้อมูลนี้ว่าหลายพื้นที่ ยังไม่มีสัญญาน หลายพื้นที่ มีสัญญาน แต่ขาดหาย ชาวบ้านจำนวนมาก ไม่เข้าใจด้วยซ้ำว่าเมื่อติดกล่องแล้ว ยังต้องเชื่อมโยงกับเสาอากาศด้วย

4.ไม่ส่งเสริม สนับสนุนประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรับรู้ หรือมั่นใจในการเปลี่ยนมารับชมทีวีดิจิตอล ข้อนี้ ผู้ประกอบการมองว่า กสทช. ไม่ได้ประชาสัมพันธ์การเปลี่ยนผ่านมากพอ ประชาชนมีความรู้ความเข้าใจต่อการเปลี่ยนผ่านนี้น้อยมาก

5.ละเลยต่อหน้าที่ในการออกกฎเกณฑ์ประกาศ เพื่อส่งเสริมให้มีการแข่งขันทางการค้าในการประกอบการทีวีดิจิตอล ทีวีอนาล็อคได้เปรียบรายใหม่ เพราะรายใหม่ยังเข้าไม่ถึงคนดู ขณะที่ผู้ประกอบการรายเดิม มีช่องทางเข้าถึงคนดู โดยที่ กสทช.ไม่ได้ใช้กลไกทางกฎหมายเข้ามาทำให้เกิดความเป็นธรรมในการแข่งขัน

พันเอกนที ศุกลรัตน์ ในฐานะประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ หรือ กสท. ใน กสทช. แม้จะยอมรับว่า การเปลี่ยนผ่านไปสู่ทีวีดิจิตอล มีปัญหาแต่ก็บอกว่า ปัญหานี้เกิดขึ้นกับทุกประเทศ และยังยืนยันว่า การติดตั้งโครงข่าย เป็นไปตามแผนงาน ที่จะเสร็จสิ้นในปี 2561 เห็นกันไปชัดเจนแล้วว่า ทำไม คนในวงการทีวี ถึงส่งเสียงดังถึง กสทช.กลางงาน นาฏราช เมื่อคืนนี้ “ไสว่าสิบ่เจ๊งไง ไสว่าสิมี ค่าโฆษณา”

ล่าสุด นอกจากคดีความที่ฟ้องร้องกันแล้ว ยังต้องจับตาดูว่า กรรมการ กสทช.ชุดนี้ ซึ่งกำลังจะหมดวาระ เตรียมร่างแผนแม่บท ฉบับใหม่ ที่จะบังคับใช้ปี 2560 ซึ่งมีกระแสว่า คนวงการทีวี อยากให้กรรมการชุดใหม่เข้ามาร่างมากกว่า

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

จับข่าวคุย

จับข่าวคุย

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ