ประตู 7 เป็นพื้นที่แรกที่พนักงานสอบสวน ดีเอสไอ นำโดย พันตำรวจตรีสุริยา สิงหกมล รองอธิบดี เข้ามาประชิดแนวรั้ววัดพระธรรมกาย และพระสนิทวงศ์ วุฒิวังโส ผู้อำนวยการสำนักสื่อสารองค์กรวัด นำทีมออกมาพบ ก่อนจะเข้าไปหารือโดยทางลับ ด้านในของประตู 7 จากนั้น จึงแถลงว่าทางวัดพร้อมให้ความร่วมมือในการเข้าตรวจค้น แต่ ดีเอสไอ ต้องเจรจากับมวลชน ที่เรียกว่า ลูกศิษย์ เอาเอง ซึ่งคนกลุ่มนี้นั่งชิด เข่าชนเข่า อบู่บนทางเดินเข้าสู่วัด
แต่เมื่อคณะเข้ามาถึง ประตู 5 ซึ่งเป็นทางผ่านเข้าสู่พื้นที่อีกโซน คือ 196 ไร่ และต้องการเข้าไปพื้นที่นี้ กลับไม่สามารถผ่านไปได้ เพราะมีมวลชน มาขัดขวาง
ดีเอสไอ จึงต้องกลับไปเจรจากับทางวัด ใช้เวลาอีกราว 2 ชั่วโมง และพบว่า ด้านในประตู 5 ก็มีมวลชนอีกกลุ่มหนึ่ง นั่งสมาธิด้านในพื้นที่ 196 ไร่ เช่นกัน ระหว่างนั้น ทีมงานวัดพระธรรมกาย ประกาศเสียงตามสายต่อมวลชนอย่างต่อเนื่อง ให้ผู้ที่ลุกออกไปกินข้าวกลับมาประจำที่ เพราะยังอยู่ในภารกิจ
การแถลงข่าว รอบสุดท้ายเกิดขึ้นประมาณ 13 นาฬิกา 30 นาที วัดพระธรรมกาย ยังคง ใช้คำพูดเดิม คือทางวัดให้ความร่วมมือกับดีเอสไอ
ฝ่ายดีเอสไอ ประกาศ ยุติการเข้าตรวจค้นวันนี้ ด้วยเหตุผล ถูกมวลชนขัดขวาง เมื่อดูเหตุการณ์ทั้งหมดโดยละเอียด แน่นอนว่า เรายังไม่ได้เห็นภาพ “พระธัมมชโย” ในวันนี้ ยังไม่เห็นว่าอาพาธจริงหรือไม่ ยังพิสูจน์ไม่ได้ว่า ยังอยู่ในวัดตามคำบอกเล่าของวัดพระธรรมกายหรือไม่แต่สิ่งที่ ดีเอสไอ ประสบความสำเร็จวันนี้ ชัดเจนจากคำพูดของ พ.ต.ต.สุริยา ว่า ให้สื่อมวลชน ดูภาพที่เกิดขึ้นเอง โดยเฉพาะประเด็นการขัดขวางการเข้าพื้นที่ 196 ไร่
ภาพวันนี้ จึงอาจเป็นหนึ่งในกระบวนการที่ดีเอสไอ เตรียมการไว้ การเข้ามามือเปล่า ปราศจากอาวุธ ปราศจากกำลังตำรวจ ทหาร เป็นจุดที่ยากจะเกิดเงื่อนไขความรุนแรงขึ้น ข้อเจรจาที่จะส่งเฉพาะเจ้าหน้าที่ที่มีอำนาจตามหมายค้นเข้าไปในพื้นที่วัด เป็นเงื่อนไขที่ต้องยอมรับว่า ทางวัดพระธรรมกาย ยากจะปฏิเสธได้ ที่สำคัญ คือ ดีเอสไอ ได้แสดงให้เห็นว่า มีพื้นที่ส่วนหนึ่งของวัดพระธรรมกาย ที่ถูกขัดขวางโดยมวลชน ขัดกับคำแถลงของทางวัดก่อนหน้านี้ ซึ่งมวลชนกลุ่มนี้ คงจะต้องรอรับหมายจับทางกฎหมายด้วย แสดงให้เห็นว่า มีพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญที่เข้าไปไม่ได้
จากเหตุการณ์วันนี้ เราสามารถแยกแผนที่วัดพระธรรมกาย ออกเป็น 2 ส่วนใหญ่ได้อย่างชัดเจนมากขึ้น ส่วนแรก คือ พื้นที่ 2 พันไร่ ซึ่งเป็นส่วนที่พนักงานสอบสวน ดีเอสไอ สามารถผ่านเข้าไปได้ โดยการนำของพระสนิทวงศ์เอง โดยเริ่มจากที่ประตู 7 จุดนี้ เป็นจุดที่ดีเอสไอมาถึงจุดแรก แถลงข่าวตรงนี้ เจรจาด้านหลังประตู และเดินผ่านมวลชนไปได้ แต่เป็นเพียงการผ่าน ไปออกประตู 6 เพื่อเข้าพื้นที่ที่สำคัญกว่า
ส่วนที่ 2 คือ จุดที่ตั้งแต่วันนี้ไป จะกลายเป็นจุดโฟกัสของวัดพระธรรมกาย เชื่อว่า ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นวันนี้ “บีบ” ให้วัดพระธรรมกาย ต้องทำในสิ่งที่ทำให้ “ขัด” กับคำแถลงของพวกเขาเอง
ก่อนหน้านี้ วัดพระธรรมกาย บอกมาตลอดว่า “ยินดี” ให้ดีเอสไอ เข้ามาแจ้งข้อกล่าวหา “พระธัมมชโย” ที่วัด โดยวัดพระธรรมกาย เปิดกว้างให้เข้ามาได้ทุกเมื่อ
แต่ในวันนี้ ดูจากกราฟฟิค จะเห็นว่า นี่เป็นจุดที่ศิษย์วัดพระธรรมกาย แสดงจุดยืน ชัดเจนว่า ไม่ให้ดีเอสไอผ่านเข้าไป เด็ดขาด โดยพฤติกรรม ที่จุดนี้ เป็นการขวาง ไม่ใช่การนั่งสมาธิเหมือนจุดอื่นๆ ด้านในยังมีมวลชนนั่งสมาธิขวาง และด้านใน เป็นจุดที่ทางวัดบอกมาตลอดว่า เป็นที่พักของพระธัมมชโย ซึ่งในวันนี้ หลังมีรูปแบบการขัดขวางอย่างชัดเจน ทางวัด พยายามบอกว่า วัดเปิดให้เข้า แต่ลูกศิษย์ไม่ยอม แต่ในขณะเดียวกัน ก็บอกว่า ขอความเห็นใจจากอาการอาพาธ
จนถึงขณะนี้ ยังบอกไม่ได้ด้วยซ้ำว่า พระธัมมชโย อยู่ในจุดนี้จริงหรือไม่ แต่ชัดเจนว่า เป็นจุดที่มีรักษาความปลอดภัยหนาแน่นที่สุด ทั้งด้านหน้า และด้านหลัง และเป็นพื้นที่หวงห้ามเด็ดขาดไปแล้ว
เพราะไม่ว่า พระธัมมชโย จะอยู่ตรงนี้ หรือไม่ หากดีเอสไอเข้าไปได้ เรื่องราวทุกอย่างจะถูกเฉลยออกมาทันที คือ ถ้าอยู่ อาพาธหนัก จริงหรือไม่ แต่ถ้าเข้าไปแล้วไม่พบ จะกลายเป็นประเด็นใหม่ คือ มีผู้ให้การเท็จต่อศาล ที่ต้องถูกดำเนินคดีไปด้วย เพิ่มอีกหลายคน
คงต้องรอลุ้นว่ากรมสอบสวนคดีพิเศษจะเข้าค้นพื้นที่ 196 ไร่ ประตู 5 วัดพระธรรมกายได้หรือไม่ต่อจากนี้ และเราได้รับข้อมูลจากทีมลูกศิษย์วัดพระธรรมกายว่า พรุ่งนี้กลุ่มลูกศิษย์ได้ขอความร่วมมือให้มาที่วัดอีก หากเกิดสถานการณ์แบบวันนี้