จากกรณีที่มีการประชุมเพื่อถอดถอน "แอมเฟตามีน" ออกจากยาเสพติดนั้น ล่าสุดผู้ช่วยศาสตราจารย์ นายแพทย์พิสนธิ์ จงตระกูล อาจารย์ประจำภาควิชาเภสัชวิทยา คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ประธานคณะทำงานสร้างเสริมการใช้ยาอย่างสมเหตุผล (สยส.) เพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับ “แอมเฟตามีน” เผยว่ามีทั้งข้อดีและข้อเสีย ซึ่งข้อดีคือนำมาใช้เป็นยาร่วมกับการรักษาโรคสมาธิสั้น โรคอ้วน รวมทั้งภาวะง่วงเกิน หรือ “นาโคเลปซี” (narcolepsy ) มีใช้ที่อเมริกา แต่ประเทศไทยยังไม่มียาเหล่านี้
ส่วนข้อเสียคือส่งผลต่อระบบประสาทส่วนกลาง ทำให้ตื่นตัว นอนไม่หลับ มีผลต่อระบบหัวใจและหลอดเลือด ทำให้ใจสั่น ความดันเลือดสูง การไหลเวียนเลือดล้มเหลว มีผลต่อระบบทางเดินอาหาร เช่น ปากแห้ง เบื่ออาหาร ท้องเสีย และระบบอื่น ๆ เช่น ปวดประจำเดือน สมรรถภาพทางเพศลดลง หากโรคของหัวใจอยู่แล้วอาจทำให้เสียชีวิตอย่างฉับพลัน ซึ่งถ้าใช้ในปริมาณมากเกินไป อาจเกิดอันตรายต่อระบบประสาท มีอาการทางจิต ความจำเสื่อมรุนแรง อาจถึงขั้นชักหมดสติ และติดยาได้ เมื่อหยุดใช้จะมีอาการขาดยา อ่อนเพลีย หงุดหงิด ซึมเศร้าและถึงขั้นฆ่าตัวตาย โดยผู้ใช้ระยะยาวอาจเกิดโรคของกล้ามเนื้อหัวใจทำให้หัวใจบีบตัวได้ไม่ดี เหนื่อยง่าย และหัวใจวายได้
อย่างไรก็ตาม หากมีการถอนแอมเฟตามีนจากรายการยาเสพติด และมีบริษัทผู้ผลิตนำมาขึ้นทะเบียนก็จะกลายเป็นยา แต่ต้องขึ้นอยู่กับ อย.ไทยว่าจะอนุมัติในข้อบ่งใช้ใดบ้าง ส่วนผลเสีย คือ เมื่อยกเลิกแล้วคนจะครอบครองสารนี้ได้โดยไม่ผิดกฎหมาย หากนำมาใช้อย่างไม่เหมาะสม ดังนั้นคงต้องช่วยกันพิจารณาให้ถ่องแท้ว่าจะนำข้อดีมาใช้อย่างไร โดยป้องกันข้อเสียที่อาจเกิดขึ้นทั้งต่อตัวบุคคลและสังคม