ผู้ที่จะมาใช้สิทธิในวันนี้ ต้องมีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป ถือสัญชาติอังกฤษ และเป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้ง นอกจากนี้ ยังรวมถึงพลเมืองของประเทศในเครือจักรภพ ที่อาศัยอยู่ในประเทศอังกฤษด้วย
วิธีลงคะแนนก็ใช้ระบบเดียวกับการลงคะแนนเลือกตั้งทั่วไป โดยหากมีชื่อในระบบ ก็จะได้รับแจ้งวันและสถานที่ที่ต้องไปลงคะแนน หรือจะเลือกใช้สิทธิลงคะแนนผ่านทางไปรษณีย์ก็ได้ โดยหน่วยลงคะแนนจะเปิดอย่างเป็นทางการตั้งแต่เวลา 13.00 น. ตามเวลาประเทศไทย และปิดในเวลา 04.00 น. ตามเวลาประเทศไทย และคาดว่าจะมีผู้มาใช้สิทธิในวันนี้รวมกว่า 46 ล้านคน
วิธีการนับคะแนน คือ จะนับและรวบรวมคะแนนจากหน่วยเลือกตั้งท้องถิ่น แล้วนำไปรวมที่ส่วนกลาง โดยจะไม่มีการกำหนดจำนวนขั้นต่ำของผู้ไปใช้สิทธิ ยกตัวอย่างเช่น หากวันนี้มีผู้ออกมาใช้สิทธิเพียง 3 คน ก็จะถือว่าผลการนับคะแนนที่ได้เป็นผลอย่างเป็นทางการเช่นกัน จากนั้น จึงจะมีการประกาศผลอย่างเป็นทางการที่ศาลาว่าการเมืองแมนเชสเตอร์ แต่ไม่ว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไร คณะผู้บริหารระดับสูงของอียู ก็จะมีการประชุมฉุกเฉินร่วมกันในวันพรุ่งนี้
ที่มาของประชามติในครั้งนี้เกิดจากนายกรัฐมนตรีเดวิด แคเมอรอน ของอังกฤษ ได้ให้คำมั่นว่าจะจัดลงประชามติอียู หากสามารถนำพรรคอนุรักษ์นิยมชนะเลือกตั้งติดต่อกันเป็นสมัยที่ 2 มาดูแกนนำสำคัญและเหตุผลของแต่ละฝ่ายกัน
เริ่มที่ ฝ่าย Leave หรือ Brexit คือ ฝ่ายที่สนับสนุนให้สหราชอาณาจักรออกจากอียู แกนนำส่วนใหญ่เป็นสมาชิกพรรคเอกราชสหราชอาณาจักร หรือ ยูคิป (UKIP) นำโดยนายไนเจล ฟาราจ และอีกหนึ่งแกนนำสำคัญ คือ นายบอริส จอห์นสัน อดีตนายกเทศมนตรีกรุงลอนดอน โดยฝ่ายนี้เชื่อว่า
1. การออกจากอียูจะช่วยประหยัดงบประมาณที่ต้องจัดสรรเป็นค่าบำรุงสหภาพ ในฐานะประเทศสมาชิกที่มีเศรษฐกิจขนาดใหญ่ รองจากเยอรมนีและฝรั่งเศส
2. อธิปไตยในด้านนิติบัญญัติ กล่าวคือ อังกฤษจะไม่ต้องขึ้นต่อ คณะกรรมาธิการยุโรป ที่กรุงบรัสเซลส์ ซึ่งมีฐานะเทียบเท่ากับรัฐบาลกลางของอียู และจะมีอำนาจในการตรากฎหมายของตัวเองมากขึ้น
3. รัฐบาลอังกฤษจะมีอำนาจในการบริหารจัดการกับปัญหาผู้อพยพได้เอง และไม่ต้องร่วมแบกรับภาระเรื่องผู้อพยพตามระบบโควตาของอียู
แต่สิ่งที่หลายฝ่ายกังวล คือ ผลกระทบด้านเศรษฐกิจและการค้า ซึ่งฝ่าย Brexit ยืนยันว่า สหราชอาณาจักรสามารถพึ่งพาตัวเอง และเลือกเดินตามรอยนอร์เวย์และสวิตเซอร์แลนด์ ที่มีข้อตกลงในเขตเศรษฐกิจยุโรป แม้จะไม่ได้เป็นสมาชิกของอียูก็ตาม
ส่วนฝ่าย Remain หรือ Bremain คือ ฝ่ายที่สนับสนุนให้สหราชอาณาจักรอยู่ในอียูต่อไป แกนนำสำคัญคนแรก คือ นายกรัฐมนตรีเดวิด แคเมอรอน ซึ่งเอาอนาคตทางการเมืองของตัวเองมาเป็นเดิมพัน รวมไปถึงประเทศสมาชิกอื่นๆในอียู นำโดยพี่ใหญ่อย่างเยอรมนีและฝรั่งเศส ไม่เว้นแม้แต่มหาอำนาจโลกอย่างสหรัฐและจีน โดยฝ่ายนี้ต้องการให้
1. อังกฤษจะยังมีสิทธิ์ในการเข้าถึงตลาดเดียว (Single Market) ซึ่งเป็นเครือข่ายการค้าเสรีภายในสหภาพยุโรป
2. ประโยชน์จากนโยบายเคลื่อนย้ายแรงงานเสรีของอียู ซึ่งแรงงานเหล่านี้ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของอังกฤษ และยังช่วยเสียภาษีให้กับรัฐด้วย
3. การรวมกลุ่มกันของสหภาพยุโรปจะทำให้ได้เปรียบในการเจรจาระหว่างประเทศ มากกว่า และจะไม่กระทบกับบทบาทหรือสถานะของอังกฤษในเวทีโลก
ที่ผ่านมา ชาวอังกฤษมีความคิดเห็นค่อนข้างหลากหลายเกี่ยวกับการลงประชามติในครั้งนี้ โดยผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนล่าสุด ทั้งสองฝ่ายมีคะแนนสูสีกัน ขณะที่ยังมีผู้ที่ไม่ตัดสินใจอีกกว่า 17%