ยังไม่ทันที่การพบหารือกันระหว่างผู้นำสองประเทศที่ถูกจับตามองจากหลายฝ่ายจะเริ่มขึ้น ท่าทีและวาทกรรมจากสองฝ่าย โดยเฉพาะตัวประธานาธิบดีเรย์เซป เทย์ยิป เออร์โดอันของตุรกี น่าสนใจเป็นอย่างมาก เออร์โดอันมีคำเรียก ปูติน ที่แสดงออกถึงความสัมพันธ์อันใกล้ชิดหลายคำ ได้แก่คำว่า “เพื่อน” “ปูตินอันเป็นที่รัก” และ “ปูตินที่น่าเคารพ” และกล่าวว่ารัสเซียเป็นมิตรสหายที่ดีต่อตุรกีเสมอมา นอกจากนี้เออร์โดอันยังบอกถึงความคาดหวังต่อการพบหารือครั้งนี้ ว่าจะเป็นหลักไมล์ใหม่ในความสัมพันธ์ เพราะจะเริ่มต้นกันใหม่
ก่อนการพบกันในบรรยากาศหวานชื่นขนาดนี้ ทั้งที่ก่อนหน้านี้หลายเดือน ช่วงที่ทั้งสองฝ่ายมีความขัดแย้งจากกรณีตุรกียิงเครื่องบินรบรัสเซียตกเพราะรุกล้ำน่านฟ้า ต่างฝ่ายต่างตอบโต้กันด้วยถ้อยคำรุนแรง โดยประธานาธิบดีรัสเซีย เรียกการกระทำของตุรกีว่าเป็นการ “แทงข้างหลัง” จากผู้ที่สมรู้ร่วมคิดกับกลุ่มก่อการร้าย ส่วนทางผู้นำตุรกีบอกว่าปูติน “พูดจาให้ร้ายแบบไม่น่าให้ราคา” สื่อรัสเซียยังโจมตีผู้นำตุรกีว่าเป็นคนหลอกลวงด้วย
อย่างไรก็ตาม ความสัมพันธ์ทั้งสองฝ่ายเริ่มดีขึ้นตามลำดับ โดยก่อนความพยายามทำรัฐประหารจะเกิดขึ้น เออร์โดอันส่งจดหมายไปขอโทษปูตินกรณียิงเครื่องบินรบและให้คำมั่นว่าจะนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษ และหลังเกิดรัฐประหารที่ล้มเหลว รัสเซียก็เป็นชาติแรกที่ยื่นมือเข้ามาเสนอความช่วยเหลือแก่ตุรกี
ทางการตุรกีเชื่อว่าการพบกันในวันพรุ่งนี้ จะเป็นการพูดคุยอย่างละเอียดเพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองประเทศไปสู่มิติใหม่ ไม่ว่าจะเป็นประเด็นเศรษฐกิจ และการร่างโร้ดแมปในการสานสัมพันธ์ระยะยาว
อีกประเด็นที่ทางรัสเซียยืนยันมาแล้วว่าจะนำมาหารือกัน คือท่าทีต่อสงครามในประเทศซีเรีย ซึ่งก่อนหน้านี้ทั้งสองประเทศยังไม่เห็นพ้องกัน เนื่องจากตุรกีมีจุดยืนเช่นเดียวกับชาติตะวันตก คือ หากจะยุติสงคราม ประธานาธิบดี บาชาร์ อัล-อัสซาดจะต้องลงจากตำแหน่ง ขณะที่รัสเซียเป็นพันธมิตรที่ช่วยเหลือรัฐบาลซีเรียโดยตรงและไม่ต้องการให้มีการเปลี่ยนการปกครองในซีเรีย
มูลค่าการค้ารัสเซีย-ตุรกี
มาดูข้อมูลกันอีกสักหน่อยว่า การที่รัสเซียคว่ำบาตรตุรกี เพื่อตอบโต้กรณีที่เครื่องบินรบรัสเซียถูกยิงตก สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจให้กับตุรกีอย่างไรบ้าง
ก่อนหน้าที่จะเกิดเหตุการณ์กองทัพตุรกียิงเครื่องบินรบของรัสเซียตก เหนือน่านฟ้าตุรกี ใกล้ชายแดนติดกับซีเรีย เมื่อเดือน พ.ย.ปีที่ผ่านมา ตุรกีและรัสเซีย มีความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจค่อนข้างแข็งแรง โดยมีมูลค่าการค้าระหว่างกันประมาณ ปีละ 3 หมื่นล้านดอลลาร์ ทั้งนี้ รัสเซียถือเป็นตลาดส่งออกที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 2 และเป็นแหล่งนำเข้าสินค้าอันดับ 3 ของตุรกี
นอกจากนี้ ผู้นำของทั้งสองประเทศเคยตั้งเป้าที่จะเพิ่มมูลค่าการค้านี้ให้เป็น 1 แสนล้านดอลลาร์ ภายในปี 2020 อีกด้วย
อย่างไรก็ตาม หลังจากเหตุดังกล่าว รัสเซียก็ได้ดำเนินมาตรการคว่ำบาตรต่อตุรกี เช่น สั่งห้ามนำเข้าสินค้าการเกษตรและอาหาร สร้างความเสียหายให้กับเศรษฐกิจของตุรกีหลายพันล้านดอลลาร์
หากนับเฉพาะการส่งออก ในช่วง 6 เดือนแรกของปีนี้ มูลค่าการส่งออกของตุรกี กับรัสเซีย ลดลงกว่า 60% มาอยู่ที่ 737 ล้านดอลลาร์
ส่วนด้านการท่องเที่ยว ตุรกีก็ได้รับผลกระทบอย่างหนัก เนื่องจากทางการรัสเซียได้สั่งระงับเที่ยวบินเช่าเหมาลำ รวมถึงสั่งให้พลเมืองรัสเซียงดเดินทางท่องเที่ยวในตุรกี ส่งผลให้จำนวนนักท่องเที่ยวรัสเซียในช่วงครึ่งปีแรกของปีนี้ ลดลงกว่า 87% เหลือเพียงประมาณ 184,000 คน เท่านั้น
ขณะที่โครงการความร่วมมือต่างๆ ก็หยุดชะงักลง ยกตัวอย่างเช่น โครงการสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์แห่งแรกในตุรกี ที่เมืองอัคคูยู ทางภาคใต้ของประเทศ ซึ่งมีมูลค่าโครงการกว่า 25,000 ล้านดอลลาร์ นอกจากนี้ รัฐบาลรัสเซียยังสั่งระงับโครงการสร้างท่อส่งก๊าซธรรมชาติกับตุรกี หรือโครงการ เตอร์กิช กัลฟ์สตรีม ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งก๊าซธรรมชาติจากรัสเซีย มายังตุรกี เพื่อส่งต่อไปยังยุโรปตอนใต้
ทั้งนี้ ในปี 2015 ตุรกี มีการนำเข้าก๊าซธรรมชาติจากรัสเซีย 27,000 ล้านคิวบิกเมตรด้วยกัน