สะพานแห่งนี้ คือ สะพานข้ามแม่น้ำวัง ที่ตำบลวังซ้าย อำเภอวังเหนือ จังหวัดลำปาง ถูกกระแสน้ำพัดจนตอม่อทรุด และขาดลงไปกลางแม่น้ำในที่สุด จากการที่มีฝนตกหนัก น้ำป่าไหลหลากตลอดทั้งวัน โดยเฉพาะที่สะพานแห่งนี้ มีรายงานว่า ทรุดเอียงมาตั้งแต่น้ำท่วมใหญ่ ปี 2554 แล้ว ยังไม่ได้รับการซ่อมแซม และจุดนี้เป็นโค้งน้ำที่ถูกซัดรุนแรง โดยได้รับคำอธิบายว่า งบประมาณซ่อมแซมเป็นของ อบจ.ลำปาง ที่จะเข้าไปซ่อมหลังน้ำลด แต่ระหว่างนี้ ยืนยันว่า ชาวบ้านใช้สะพานอื่นข้ามแม่น้ำได้ ในคลิปนี้ คาดว่า ชาวบ้านในพื้นที่บันทึกภาพไว้จากโทรศัพท์ และจะได้ยินเสียงชาวบ้านร้องตะโกนด้วย
ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จังหวัดลำปาง ยังประกาศเตือนประชาชนทั้ง 13 อำเภอ ให้เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำอย่างต่อเนื่อง เพราะยังมีปริมาณฝนมากกว่า 100 มิลลิเมตร
ส่วนลุ่มน้ำยม ที่น้ำกำลังไหลผ่านจังหวัดสุโขทัย มุ่งหน้าลงมาที่ อำเภอบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก และอำเภอสามง่าม จังหวัดพิจิตร ซึ่งที่ตำบลรังนก อำเภอสามง่าม ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ด้วยอัตราการไหลของน้ำ 149 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ขณะนี้อยู่ที่ระดับ 3 เมตร ใกล้จะล้นตลิ่ง โดจุดวิกฤตที่บ้านรังนกอยู่ที่ 4.2 เมตร และเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำ และถูกน้ำท่วมทุกปี
นางฉัตรพร ราษฎร์ดุษดี ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร สั่งการให้ชลประทานจังหวัด เร่งหาแนวทางผันน้ำจากแม่น้ำยมลงสู่แก้มลิง หรือลำคลองสาขาสองฝั่งริมแม่น้ำยม เพื่อกักเก็บน้ำไว้ใช้ประโยชน์ทางการเกษตรและเพื่อการอุปโภค – บริโภคในช่วงฤดูแล้ง และให้ผันมวลน้ำจากแม่น้ำยม ลงสู่แม่น้ำน่าน ที่คลองดีอาร์ 2.8 เพื่อเป็นการลดผลกระทบความรุนแรงน้ำล้นตลิ่งในพื้นที่ 4 อำเภอที่มีแม่น้ำยมไหลผ่าน คือ อำเภอสามง่าม โพธิ์ประทับช้าง บึงนารางและอำเภอโพทะเล
จังหวัดน่าน ซึ่งน้ำท่วมเพิ่งคลี่คลายลงไป มีอำเภอที่ได้รับความเสียหาย ได้แก่ อำเภอแม่จริม บ้านหนองแดงใหม่ ต.หนองแดง คอสะพานขาดและชำรุด ไม่สามารถสัญจรผ่านได้ และอำเภอท่าวังผา เส้นทางชำรุด บริเวณถนนท่าวังผา-ศิลาเพชร ที่ตำบลยม อำเภอเวียงสา บ้านไหล่น่านหมู่ 1 ยังมีน้ำจากลำห้วยน้ำว้า ไหลเข้าท่วมสวนผลไม้เสียหาย ระดับน้ำสูงประมาณ 30 เซนติเมตร และอีกหลายพื้นทียังไม่สามารถประเมินความเสียหายในภาพรวม ได้ แต่อัตราการไหลของน้ำเริ่มเบาบางลง ขณะที่ในเขตเทศบาลชาวบ้านชุมชนบ้านพวงพะยอม ภูมินทร์-ท่าลี่ ยังต้องเฝ้าระวังและตรวจสอบระดับน้ำตามลำคลองเจ้าฟ้าที่ไหลผ่านหมู่บ้านและลงแม่น้ำน่านซึ่งถือเป็นจุดแรกที่น้ำจะเข้าท่วมในเขตเทศบาลเมืองน่าน ซึ่งขณะนี้น้ำรั่บมา่มเพิ่มสูงขึ้นอีก
นายสุวัฒน์ พรมสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน ขอให้ประชาชนไม่ประมาท เพราะปริมาณที่เพิ่มขึ้น จะยังส่งผลกระทบต่อชุมชนและพื้นที่เกษตร โดยลำน้ำสาขาต่าง ๆ ในพื้นที่
ส่วนของมีค่าที่ชาวบ้านขนขึ้นไปไว้ที่สูง บางจุด ยังไม่ถูกขนกลับลงมา บางบ้านยังไม่ได้เก็บหรือคัดเลือกของที่ไม่เสียหาย หลายคนกล่าวว่า ต้องปล่อยไว้อย่างนี้เพราะขนไปไหนไม่ทันหรือไม่ได้อีกแล้ว หากจะท่วมอีกก็ยอมทำใจ.
ไปที่ภาคอีสาน ซึ่งหลายวันที่ผ่านมา ระดับในในแม่นโขง สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และช่วงนี้ฝนตกลงมาจากอิทธิพลของพายุโซนร้อน “เตี้ยนหมู่” ที่จังหวัดบึงมีฝนตกโปรยปรายลงมาตลอดทั้งคืน และรับน้ำเหนือจากจังหวัดหนองคายไหลบ่าลงมาสมทบทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำโขงที่จังหวัดบึงกาฬ มีระดับสูงขึ้นเล็กน้อย ที่จุดวัดระดับน้ำบ้านแสนเจริญ ตำบลวิศิษฐ์ อ.เมืองบึงกาฬ จ.บึงกาฬ วัดได้เมื่อเช้าวันนี้ที่ระดับ 11.00 เมตร เพิ่มสูงขึ้นจากเมื่อวาน 20 เซนติเมตร ยังห่างจากจุดวิกฤติกว่า 3.50 เมตร แต่ระดับน้ำที่สูงขึ้น ประกอบกับมีฝนตกลงมา ก็ส่งผลให้เขื่อนกั้นตลิ่งที่กำลังก่อสร้าง พังลงที่บริเวณถนนเลียบริมโขง