สืบเนื่องจาก แฟนเพจเฟซบุ๊ก “เครือข่ายชุมชนเมืองรักษ์เชียงใหม่”ได้ทำการแชร์โพสต์ของผู้ที่ใช้เฟซบุ๊กท่านหนึ่ง ที่โพสต์ข้อความว่า “เรามาถึงจุดนี้ได้อย่างไร???? วันที่วัดสร้างอาคารใหม่ ติดกับหอไตรเก่าแก่งดงาม สูงตระหง่านค้ำหอไตร สูงกว่าเจดีย์ สูงกว่าวิหาร ฤาความเชื่อความยึดถือศรัทธา สิ้นมนต์ไปจากแผ่นดินล้านนาเสียแล้ว”
พร้อมกับภาพถ่ายหอไตรที่สร้างจากไม้เกือบทั้งหลังอายุเก่าแก่ในวัดแห่งหนึ่งในตัวเมืองเชียงใหม่ ซึ่งพื้นที่ติดกันนั้นทางวัดกำลังทำการก่อสร้างอาคารที่มีการขึ้นโครงสร้างเสาและเทพื้น คาดว่าน่าจะมีความสูงไม่ต่ำกว่า 3 ชั้น ซึ่งความสูงเบื้องต้นเท่ากันหรือสูงกว่าหอไตรแล้ว โดยผู้โพสต์ข้อความมองว่าเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสม
ความคืบหน้าล่าสุด แหล่งข่าวจากกรมศิลปากร เปิดเผยว่า เบื้องต้นพบว่าหอไตรดังกล่าว มีอายุเก่าแก่กว่าร้อยปีจริง แต่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานที่อยู่ในความดูแลรับผิดชอบของกรมศิลปากร ดังนั้นการจะดำเนินการใดๆ จึงเป็นสิทธิ์ขาดของทางวัด ซึ่งก็คือทางเจ้าอาวาสวัดที่สามารถทำได้ แต่โดยความเห็นส่วนตัวแล้วมองว่าไม่เหมาะสม และน่าจะเป็นเรื่องที่กระทบต่อความรู้สึกของผู้คนที่มีความเชื่อและศรัทธาต่อพุทธศาสนา
อย่างไรก็ตามหากเป็นความประสงค์ของทางวัดและดำเนินการโดยถูกต้องตามขั้นตอนกฎหมายก็ย่อมสามารถดำเนินการได้ ยกเว้นเสียแต่ว่าทางชุมชนโดยรอบจะมีการรวมพลังกันแสดงความต้องการ ตลอดจนสร้างกระแสสังคมที่จะเรียกร้องให้มีการปรับปรุงหรือเปลี่ยนแปลง ซึ่งกรณีลักษณะนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่เคยเกิดขึ้น เพราะที่ผ่านพบว่ามีหลายครั้งแล้วที่วัดบางแห่งดำเนินการใดๆ กับสิ่งก่อสร้างเก่าแก่ที่อยู่ในพื้นที่วัด โดยไม่ได้คำนึงถึงคุณค่าทางประวัติศาสตร์และความเชื่อความศรัทธาของคนในอดีตเลย จนทำให้การส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่นสูญสลายไปอย่างน่าเสียดาย
สำหรับวัดดังกล่าวนั้น รายงานระบุว่าคือ วัดอู่ทรายคำ ตำบลช้างม่อย อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งตามประวัติระบุว่าสร้างขึ้นก่อน พ.ศ.2384 โดยหอไตรของวัด สร้าง พ.ศ.2452 นับจนถึงปัจจุบันมีอายุ 107 ปีแล้ว