มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ระบุการส่งออกของไทยในปีนี้จะเติบโตได้ประมาณ 3 % โดบมีปัจจัยบวกคือเศรฐกิจโลกที่ฟื้นตัว ขณะที่การตัดสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากรที่สหภาพยุโรปให้แก่ไทยจะทำให้การส่งออกไปยุโรปติดลบครั้งแรกในรอบ 3 ปี
นายอัทธ์ พิศาลวานิช คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์และผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาการค้าระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่าจากผลการวิเคราะห์การส่งออกไทย ปี 2558 ว่าคาดจะขยายตัว3.1% หรือประมาณ 234,000 ล้านเหรียญสหรัฐ
ปัจจัยที่สนับสนุนการส่งออกปีนี้ คือการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก การอ่อนลงของค่าเงินบาท และราคาน้ำมันมีแนวโน้มลดลง ส่วนปัจจัยเสี่ยง คือไทยมีส่วนแบ่งการตลาดในเวทีการค้าโลกลดลง การถูกตัดสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร (จีเอสพี) จากสหภาพยุโรป (อียู) วิกฤติค่าเงินรูเบิลของรัสเซีย ราคาสินค้าเกษตรมีแนวโน้มลดลง
สำหรับตลาดสหรัฐฯ ปีนี้ ส่งออกขยายตัวเพิ่มขึ้น 4.2% เนื่องจากเศรษฐกิจดีขึ้นจากตัวเลขการจ้างงานที่ดีขึ้น การลงทุนภาคเอกชนเพิ่มขึ้น ขณะที่ตลาดยุโรป คาดว่าปีนี้จะส่งออกติดลบครั้งแรกในรอบ 3 ปี เพราะเศรษฐกิจยังไม่ฟื้นตัว และไทยมีปัญหาถูกตัดจีเอสพี ทำให้สินค้าไทย 6,200 รายการ ถูกเก็บภาษีในอัตราปกติ
ส่วนตลาดอาเซียนเดิม (มาเลเซีย สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย) จะขยายตัว 3.7% มูลค่าประมาณ 40,000 ล้านดอลลาร์ ส่วนอาเซียนให ม่( เมียนมาร์ ลาว กัมพูชา เวียดนาม) จะขยายตัว 4.5% ซึ่งแม้ประเทศสมาชิกอาเซียนทั้งบรูไน อินโดนีเซีย และมาเลเซีย จะได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันลดลง แต่จะเป็นเพียงกลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือยเท่านั้นที่มีปัญหา ส่วนสินค้ากลุ่มอาหารมีแนวโน้มขยายตัวได้ดี