ชาวชุมชนป้อมมหากาฬ ยังคงเปิดป้อมต้อนรับประชาชนและนักท่องเที่ยว ให้เข้าร่วมกิจกรรมของชุมชน ที่สะท้อนให้เห็นวิถีชีวิต ความเป็นอยู่ และประวัติศาสตร์ เป็นการส่งท้าย ก่อนที่ปิดจะป้อมตั้งรับ การเข้าไล่รื้อของเจ้าหน้าที่กรุงเทพมหานคร ในสัปดาห์หน้า
แม้จะมีบ้านจำนวน 13 หลังที่เจ้าของยินยอมให้รื้อถอน แต่ในจำนวนนี้ ไม่ใช่ทุกหลังที่ กลุ่มผู้คัดค้านจะยินยอม เพราะมีบ้านไม้โบราณกลางชุมชน ที่ถือเป็นอัตตลักษณ์ของที่นี่ รวมอยู่ด้วย
จากการเดินสำรวจ บ้านที่จะถูกรื้อ บางหลังปิดตายไม่มีคนอยู่ ขณะที่บางหลังชาวบ้านยังคงใช้ชีวิตอยู่กันตามปกติ ชายวัย 52 ปี คนนี้ เล่าว่าแม้จะไม่อยากย้ายออกเพราะอยู่มาตั้งแต่เกิด แต่เมื่อรับเงินค่าชดเชยแล้วต้องจำยอมหาที่อยู่ใหม่ เวลานี้จึงขอใช้ชีวิตอยู่ในบ้านหลังนี้จนถึงวันสุดท้ายก่อน ถึง กำหนดรื้อถอน
กรุงเทพมหานครยืนยันจะดำเนินการรื้อบ้านในชุมชนป้อมมหากาฬทั้ง 57 หลัง ให้เสร็จภายในปี 2559 ขณะที่ชาวป้อมมหากาฬยังคงรอความหวัง จากข้อเสนอของคณะอนุกรรมการด้านสิทธิชุมชนและฐานทรัพยากร คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ที่เสนอให้ แก้พระราชกฎษฎีกาเวนคืน พ.ศ.2535 โดยปรับวัตถุประสงค์พื้นที่เป็นสวนสาธารณะในรูปแบบพิพิธภัณฑ์บ้านไม้โบราณแบบมีชีวิต แต่ขณะนี้ยังไม่ได้รับการพิจารณาจากกรุงเทพมหานคร
ณธัชพงศ์ เตียวสวัสดิ์ ถ่ายภาพ
อรอุษา พรมอ๊อด รายงาน