จับตาซิกาบุกสิงคโปร์ (คลิป)

โดย PPTV Online

เผยแพร่

สิงคโปร์เดินหน้ายับยั้งการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสซิกา หลังพบผู้ป่วยจากการติดต่อภายในประเทศแล้วอย่างน้อย 56 คน

หนังสือพิมพ์สเตรทไทม์ส รายงานว่า กระทรวงสาธารณสุขของสิงคโปร์ ยืนยันวันนี้ว่า พบผู้ป่วยไวรัสซิกาจากการติดต่อภายในประเทศเพิ่ม 15 คน  จากที่ประกาศไปเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ว่ามีผู้ติดเชื้อ 41 คน  ทำให้ขณะนี้มีผู้ติดเชื้อซิกาจากการติดต่อภายในประเทศรวมแล้ว 56 คน

ทั้งนี้ ในกลุ่มผู้ติดเชื้อรายใหม่ 13 คน อาศัยหรือทำงานอยู่ในพื้นที่เดียวกันกับที่มีการตรวจพบครั้งแรก  ซึ่งเบื้องต้น คาดว่าเชื้อได้มีการแพร่ระบาดอยู่ในพื้นที่เขตอุตสาหกรรมชานเมือง  Aljunied Crescent และ Sims Drive โดยผู้ติดเชื้อทั้งหมดไม่เคยมีประวัติเดินทางไปประเทศที่มีการแพร่ระบาดของเชื้อ

ขณะเดียวกัน วันนี้ สิงคโปร์ได้ระดมเจ้าหน้าที่ในชุดป้องกันกว่า 200 คน ออกฉีดพ่นสารเคมี เพื่อกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย ซึ่งเป็นพาหะของเชื้อไวรัสซิกา ในพื้นที่เสี่ยง 7 แห่ง

ด้านกระทรวงสาธารณสุขมาเลเซียเองก็ได้จัดบุคลากรทางการแพทย์เพื่อเฝ้าระวังผู้ป่วยไวรัสซิกาบริเวณจุดผ่านแดนระหว่างมาเลเซียและสิงคโปร์ หลังเมื่อวานนี้ มีรายงานว่า สิงคโปร์พบผู้ป่วยไวรัสซิกาจากการติดต่อในประเทศ รายแรก เป็นหญิงชาวมาเลเซีย วัย 47 ปี ที่อาศัยอยู่ในเขต Aljunied Crescent

ขณะที่ศูนย์ป้องกันโรคติดต่อของไต้หวัน ได้ยกระดับคำเตือนเดินทางไปสิงคโปร์ เป็นระดับ 2 คือ ให้ประชาชนที่จะเดินทางไปสิงคโปร์ เพิ่มความระมัดระวัง อย่าให้ยุงกัด ส่วนหญิงมีครรภ์ให้หลีกเลี่ยงเดินทางไปสิงคโปร์ในระยะนี้

 

ประเทศที่พบการติดเชื้อซิกาภายในประเทศ

ขณะนี้มีการแพร่ระบาดและพบการติดเชื้อไวรัสซิกาในกว่า 50 ประเทศทั่วโลก โดยข้อมูลจากกราฟฟิกนี้ ซึ่งอ้างอิงรายงานของศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของสหรัฐฯ หรือ CDC และ องค์การอนามัยโลก หรือ WHO เผยให้เห็นประเทศที่มีการแพร่ระบาดและพบผู้ติดเชื้อซิกา ที่เป็นการติดต่อภายในประเทศ

สีแดง หมายถึงประเทศที่มีการแพร่ระบาดของไวรัสซิกา ส่วนใหญ่อยู่ในแถบละตินอเมริกา ประเทศที่มีการแพร่ระบาดอย่างหนักก็คือ บราซิล เพียงสี่เดือนแรกของปีนี้ พบผู้ป่วยซิกาแล้วเกือบ 1 แสนคนราย ขณะที่เมื่อปี 2015 เชื่อว่ามีผู้ติดเชื้อเกือบ 1 ล้านราย นอกจากนี้ก็ยังมีที่รัฐฟลอริด้าของสหรัฐฯ ที่มียุงเป็นพาหะ เช่นเดียวกับในปาปัวนิวกินี และหมู่เกาะโซโลมอน

ส่วนสีส้ม คือประเทศที่พบผู้ติดเชื้อไวรัสซิก้า ที่เกิดจากการติดต่อภายในประเทศ จะสังเกตว่าเป็นประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ทั้งนั้น ได้แก่ ประเทศไทย เวียดนาม ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย และสิงคโปร์

จริงๆ แล้ว ที่สิงคโปร์ ก่อนหน้านี้ เคยพบผู้ติดเชื้อซิการายแรกเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยรายดังกล่าวมีประวัติเดินทางไปบราซิล แต่ผู้ติดเชื้อรอบใหม่ 41 รายนี้ ไม่มีประวัติเดินทางไปยังพื้นที่ที่มีการแพร่ระบาดมาก่อน

ขณะที่ประเทศไทย จากกราฟฟิกนี้จัดอยู่ในกลุ่มประเทศที่พบการติดเชื้อภายใน ยังไม่ได้เป็นพื้นที่แพร่ระบาด แต่ไม่กี่วันนี้มีหนังสือจากปลัดกระทรวงมหาดไทยถึงผู้ว่าราชการจังหวัด 4 จังหวัด ก็คือ เชียงใหม่ จันทบุรี เพชรบูรณ์ และบึงกาฬ โดยอ้างข้อมูลจากศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหภาพยุโรปที่เผยแพร่ข้อมูลเมื่อวันที่ 19 สิงหาคมว่า สถานการณ์โรคซิกาของไทยอยู่ในระดับสีแดง คือ มีการแพร่กระจายของโรคอย่างกว้างขวางในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา เท่ากับว่าตอนนี้ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีการแพร่ระบาดแล้วหรือเปล่า

ที่น่าสังเกตก็คือ 4 จังหวัดนี้อยู่คนละที่กันเลย เชียงใหม่อยู่ภาคเหนือ บึงกาฬอีสาน เพชรบูรณ์อยู่ภาคกลางตอนบน ส่วนจันทบุรีภาคตะวันออก แตกต่างจากก่อนหน้านี้ที่พบผู้ติดเชื้ออยู่ในจังหวัดที่มีเขตแดนติดกันอย่างที่ พิษณุโลก สุโขทัย และอุตรดิตถ์ โดยใน 4 จังหวัดคุมเข้มล่าสุดนี้ ทางการระบุว่า พบผู้ป่วยประปราย

นี่คือหนังสือจากปลัดกระทรวงมหาดไทยถึงผู้ว่าราชการจังหวัด 4 จังหวัด ซึ่งก็ได้สั่งการให้ทางจังหวัดประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนป้องกันตัวเองไม่ให้ยุงกัดและทำลายแหล่งเพราะพันธุ์ลูกน้ำยุงลาย โดยเฉพาะหญิงตั้งครรภ์ พร้อมสังเกตอาการเจ็บป่วยของผู้ติดเชื้อ

นอกจากนี้ ยังให้จังหวัดประสานสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด สั่งทุกอำเภอจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสซิกา โดยบูรณาการความร่วมมือกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สถานศึกษา โรงงานอุตสาหกรรม สถานประกอบการ สถานพยาบาล ผู้นำท้องถิ่นและผู้นำชุมชนในการรณรงค์และป้องกัน พร้อมติดตามผลการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง

ขณะเดียวกันวันนี้นายแพทย์อำนวย กาจีนะ อธิบดีกรมควบคุมโรค ได้ตรวจสอบกรณีศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหภาพยุโรป(ECDC) ระบุว่าประเทศไทยมีสถานการณ์ของโรคติดเชื้อไวรัสซิกาในระดับสีแดง พบว่าทาง ECDC มีการจัดแบ่งประเภทของประเทศที่มีรายงานการพบผู้ติดเชื้อ แตกต่างจากที่องค์การอนามัยโลกกำหนด

ทั้งนี้ นายแพทย์อำนวย ย้ำว่า ประเทศไทยยังคงใช้มาตรการเฝ้าระวัง ป้องกันและควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสซิกาอย่างเข้มข้นในระดับสูงสุดต่อเนื่องตามกฎอนามัยระหว่างประเทศ และตามคำแนะนำขององค์การอนามัยโลก  ซึ่งประเทศไทยมีมาตรการเฝ้าระวังป้องกันและควบคุมโรคนี้ 4 ด้านได้แก่ 1.การเฝ้าระวังทางระบาดวิทยา 2.การเฝ้าระวังทางกีฏวิทยา 3.การเฝ้าระวังทารกแรกเกิดที่มีความพิการแต่กำเนิด และ 4.การเฝ้าระวังกลุ่มอาการทางระบบประสาท

อย่างไรก็ตาม อธิบดีกรมควบคุมโรค ได้ขอให้ประชาชนร่วมควบคุมยุงลายในบ้านเพื่อเป็นการป้องกันด้วยอีกทาง

 

บริษัทยาสหรัฐฯ เดินหน้าทดสอบวัคซีนซิกาต่อเนื่อง

บริษัทยาสหรัฐฯ เดินหน้าทดสอบวัคซีนไวรัสซิกาในมนุษย์ครั้งที่สอง ขณะที่องค์การอาหารและยาสหรัฐฯ อนุมัติแผนปล่อยยุงตัดต่อพันธุกรรมในฟลอริดาตัดวงจรชีวิตยุงในธรรมชาติ

บริษัทไอโนวิโอ ฟาร์มาซูติคัลส์ แถลงวันนี้ว่า ทางบริษัทเริ่มทดสอบวัคซีนไวรัสซิกาในมนุษย์ครั้งที่สอง ในประเทศเปอร์โตริโก้ ซึ่งได้มีการประกาศภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขจากการแพร่ระบาดของไวรัสซิกาในประเทศ  โดยวัคซีนที่ทดสอบคือวัคซีนรหัส GLS-5700 ซึ่งเป็นตัวเดียวกันกับที่ทดสอบในมนุษย์ครั้งแรกเมื่อปลายเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา  กับกลุ่มตัวอย่าง 40 คน ในสหรัฐฯ และแคนาดา

ซึ่งหากผลการทดสอบเป็นที่น่าพอใจ ซึ่งคาดว่าจะทราบภายในสิ้นปีนี้ ทางบริษัทก็จะเริ่มหารือกับหน่วยงานกำกับดูแลในปีหน้า เพื่อวางแผนในการพัฒนาวัคซีนที่มีประสิทธิภาพที่สุดต่อไป

ปัจจุบัน ยังไม่มีวัคซีนหรือวีธีรักษาการติดเชื้อไวรัสซิกาที่ได้รับการรับรอง โดยมีบริษัทและองค์กรวิจัยหลายแห่งที่ได้ออกมาประกาศแผนพัฒนาวัคซีน  แต่มีเพียงบริษัท ไอโนวิโอ และสถาบันวิจัยของรัฐบาลสหรัฐฯ เท่านั้น ที่ได้รับอนุญาตให้ทำการทดสอบวัคซีนในมนุษย์

โดยสถาบันของรัฐบาลที่ว่า คือ สถาบันสุขภาพแห่งชาติ หรือ เอ็นไอเอช ซึ่งได้เริ่มทำการทดสอบวัคซีนในมนุษย์ครั้งแรกเมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา ซึ่งเป็นคนละชนิดกับของทาง ไอโนวิโอ  โดยทางสถาบันตั้งเป้าที่จะทดสอบกับกลุ่มตัวอย่างทั้งหมด 80 คน ที่ได้รับดีเอ็นเอที่ผ่านการดัดแปลงยีนเลียนแบบไวรัสซิกา  แต่ไม่ใช่เชื้อซิกาโดยตรง

ขณะเดียวกัน เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา องค์การอาหารและยาของสหรัฐฯ ได้เห็นชอบแผนการปล่อยยุงดังแปลงพันธุกรรมให้ไปผสมพันธุ์กับยุงป่า เพื่อให้ยุงรุ่นต่อมาอายุสั้นลง ซึ่งขณะนี้ เจ้าหน้าที่ในเขตฟลอริดาคีย์ส กำลังพิจารณาแผนดังกล่าว ก่อนที่จะเริ่มปล่อยยุงดังแปลงพันธุกรรมลงในพื้นที่

 

 

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ