ความคืบหน้ากรณีกรมอุทยนแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง หัวหน้าอุทยานแห่งชาติอ่าวพังงา อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา – หมู่เกาะพีพี และอุทยานแห่งชาติสิมิลัน จากข้อร้องเรียนซึ่งโยงถึงกรณีการจัดเก็บค่าธรรมเนียม ที่สามารถจัดเก็บได้มากกว่าปีที่ผ่านๆ มาหลายเท่าตัว โดยในปี 2559 ทั้งสามแห่งเก็บได้มากกว่า 1 พันล้านบาท
แต่ผู้ร้องเรียนระบุว่าไม่ได้มีการปรับปรุงพื้นที่ หรือจัดเก็บขยะให้เรียบร้อย จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก พร้อมการออกมายืนยันของ ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ รองคณบดีคณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ในฐานะที่ปรึกษาคณะกรรมการบริหารจัดการอุทยานแห่งชาติ ว่าเจ้าหน้าที่อุทยานฯ ทั้งสามแห่ง ทำงานอย่างเต็มที่และไม่ได้มีพฤติกรรมตามข้อร้องเรียนนั้น
ล่าสุด นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ระบุถึงกรณีดังกล่าวว่าจากตรวจสอบข้อมูล กรณีสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ ที่ 5 (นครศรีธรรมราช) ตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริง หัวหน้าอุทยานแห่งชาติทางทะเลทั้ง 3 แห่ง ต้นเหตุมาจากการร้องเรียนผ่านทางเว็บไซต์ว่า เหตุใดในพื้นที่ยังมีขยะจำนวนมากทั้งที่เก็บเงินรายได้มาก ยอมรับว่าหนังสือที่ทางออกไปอาจไม่ชัดเจนจนทำให้ทุกฝ่ายเข้าใจคลาดเคลื่อน ความจริงกรมไม่ได้ตั้งกรรมการสอบเพียงแต่ให้ตรวจสอบข้อเท็จจริง ซึ่งพบว่าในทางปฏิบัติขยะในทะเล แม้จะมีการเคลียร์ทำความสะอาดไปแล้วในช่วงเย็น แต่ด้วยลมฟ้าอากาศอาจจะมีคลื่นซัดขยะจากพื้นที่อื่นเข้ามาได้อีก
ส่วนประเด็นส่วนต่างการจัดเก็บรายได้ ซึ่งที่ผ่านมาเก็บได้น้อยกว่าปี 2559 ค่อนข้างมากนั้น อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติฯ ยืนยันว่าเป็นการสอบหัวหน้าอุทยานฯ คนเก่าทั้ง 3 แห่ง เพราะหากเทียบรายได้ปัจจุบัน มีความแตกต่างกันมาก เช่น ปี 2558 อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี เก็บรายได้ 84 ล้านบาท แต่ใน ปี 2559 แค่ 11 เดือนเก็บได้มากกว่า 502 ล้านบาท อุทยานแห่งชาติอ่าวพังงา จาก 62 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเป็น 302 ล้านบาท และอุทยานแห่งชาติสิมิลัน จาก 40 ล้านบาท เป็น 185 ล้านบาท
“เมื่อมีการเปลี่ยนหัวหน้าอุทยานฯ เปลี่ยนระบบหลายอย่างทำให้รายได้เพิ่มขึ้นจำนวนมาก กรมอุทยานแห่งชาติฯ จึงต้องเรียกให้หัวหน้าเก่าและคนใหม่ทั้ง 3 แห่ง มาชี้แจงเหตุผลและข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น”