คดีนี้เริ่มสืบสวนมาตั้งแต่ปี 2008 โดยสองผู้ต้องหา นาย พลาซิโด คาร์วัลโฮ กับ นาย แซมซัน ดีโซซา ถูกตั้งข้อหาฆาตกรรมและข่มขืน สการ์เล็ต คีลลิ่ง ชาวอังกฤษวัย 15 ปี ที่ถูกพบเสียชีวิตบนชายหาดในรัฐกัวของอินเดีย พร้อมกับรอยฟกช้ำตามร่างกาย ซึ่งทั้งสองให้การปฏิเสธมาโดยตลอด
ด้านนาง ฟิโอน่า แม็คคีโอน มารดาผู้ตาย ไม่เชื่อผลการสืบสวนเบื้องต้นของตำรวจที่ระบุว่า คีลลิ่ง เสียชีวิตจากการจมน้ำหลังเสพยาเสพติด และเดินหน้ารณรงค์ขอชันสูตรศพใหม่ จนสุดท้ายพบว่า ผู้ตายถูกทำร้ายร่างกายและข่มขืนก่อนเสียชีวิต
อย่างไรก็ตามหลังผู้พิพากษาตัดสินว่า ผู้ต้องหาทั้งสองคนไม่มีความผิด แม็คคีโอน ที่ยังอยู่ในอาการช็อค ได้ปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์ ขณะที่ผู้ว่าการรัฐกัว กล่าวภายหลังการพิพากษาวันนี้ว่า รู้สึกผิดหวังกับคำตัดสิน และจะพยายามยื่นอุทธรณ์ต่อไป
สื่อและนักการเมืองท้องถิ่นเชื่อว่า ตำรวจพยายามอำพรางคดี เพื่อปกป้องอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของรัฐกัว
ประเด็นคดีข่มขืนก็เป็นเรื่องที่เปราะบางสำหรับประเทศอินเดีย ที่มีกรอบสังคมเรื่องชนชั้นวรรณะและสิทธิสตรีที่ไม่เท่าเทียมกับสิทธิของผู้ชาย และคดีข่มขืนนักเรียนหญิงบนรถเมล์เมื่อปีก่อนๆ ก็ได้จุดชนวนการประท้วงเรื่องคดีข่มขืนว่าควรเพิ่มโทษเป็นโทษประหาร