หลังที่คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบให้โอนย้ายรถโดยสารร่วมบริการขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ หรือ ขสมก.มาอยู่ในการกำกับดูแลของ กรมการขนส่งทางบก และให้ ขสมก.เป็นเพียงผู้เดินรถรายหนึ่งเท่านั้น
นายบรรยง อัมพรตระกูล ประธานสหพันธ์รถเมล์ กทม.และปริมณฑล ระบุว่า เห็นด้วยกับการดำเนินการดังกล่าว เนื่องจากปัจจุบันการกำหนดเส้นทางเดินรถของ ขสมก.และรถร่วมฯ ยังมีการทับซ้อนสูง ซึ่งในบางช่วงถนน ขสมก.อนุญาตให้มีการเดินรถมากกว่า 20 บริษัท หรือ มีรถวิ่งให้บริการสูงถึง 1,000 คัน ทำให้ผู้ประกอบการไม่สามารถแข่งขันได้ และประสบปัญหาขาดทุน และต้องจอดรถทิ้งกว่า 3,000 คันจากทั้งหมดประมาณ 5,000 คัน จากผู้ประกอบการ 110 บริษัท จึงขอให้กรมการขนส่งทางบก เร่งกำหนดเส้นทางการเดินรถใหม่ที่ไม่ทับซ้อน และเส้นทางการเดินรถจะต้องสั้นลงด้วย
ด้านนายสนิท พรหมวงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก ยืนยันว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างกำหนดโครงข่ายเส้นทางใหม่ การจัดสรรเส้นทางการเดินรถตามโครงข่ายใหม่ กำหนดเงื่อนไขขอรับใบอนุญาต และการคัดเลือกผู้ประกอบการที่มีคุณภาพ รวมถึงการออกใบอนุญาตประกอบการขนส่งใหม่ ซึ่งเชื่อว่าแผนปฏิรูประบบรถโดยสารประจำทางในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จะแก้ไขปัญหาการเดินรถโดยสารประจำทางในปัจจุบันที่มีเส้นทางทับซ้อนและไม่ครอบคลุม ให้สามารถตอบสนองความต้องการเดินทางของประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ