ใต้ร่มพระบารมี 70 ปี แห่งการครองราชย์

โดย PPTV Online

เผยแพร่

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงเป็นพระมหากษัตริย์พระองค์แรกที่ทรงครองราชย์ยาวนานที่สุดในโลก เสด็จขึ้นครองราชย์ วันที่ 9 มิถุนายน 2489 จวบจนวันนี้รวมระยะเวลา 70 ปีแล้ว

ตลอดระยะเวลา 70 ปีที่ผ่านมา ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงครองราชย์ ทรงอุทิศกำลังพระวรกายเพื่อประโยชน์สุขของราษฎร และเพื่อความเจริญพัฒนาของประเทศ โดยมิได้คำนึงถึงประโยชน์สุขส่วนพระองค์ พระองค์เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมราษฎรในภูมิภาคต่างๆ ไม่ว่าเส้นทางนั้นจะทุรกันดาร หรือลำบากแค่ไหน ทรงตรากตรำพระวรกายทรงงานอย่างมิทรงเหน็ดเหนื่อย ทรงได้พระราชทานโครงการนานัปการมากมาย เพื่อปวงชนชาวไทยตลอดมา

โดยโครงการพระราชดำริที่เป็นที่รู้จักมีจำนวนมาก เราจึงนำบางส่วนของโครงการพระราชดำริ เพื่อนำการเปลี่ยนแปลงมาสู่การพัฒนาประเทศและประโยชน์ของราษฎร

 

โครงการแก้มลิง

โครงการแก้มลิง เป็นแนวคิดในพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อแก้ปัญหาอุทกภัย เนื่องจากความรุนแรงของอุทกภัยที่เกิดขึ้นในกรุงเทพมหานคร เมื่อปี พ.ศ.2538 โดยให้จัดหาสถานที่เก็บกักน้ำตามจุดต่างๆ ในกรุงเทพฯ เพื่อรองรับน้ำฝนไว้ชั่วคราว เมื่อถึงเวลาที่คลองพอจะระบายน้ำได้ จึงค่อยระบายน้ำส่วนที่เก็บกักออกไป จึงสามารถลดความรุนแรงของปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่กรุงเทพ และยังเป็นการช่วยอนุรักษ์น้ำและสิ่งแวดล้อมอีกด้วย

โครงการฝนหลวง

โครงการฝนหลวง เกิดขึ้นจากพระราชดำริส่วนพระองค์ ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในปี พ.ศ.2498 เมื่อคราวเสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมพสกนิกรในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้ทรงรับทราบถึงความเดือดร้อนของราษฎร และเกษตรกรที่ขาดแคลนน้ำ ทั้งการอุปโภคและบริโภค ด้วยพระเนตรที่ยาวไกล และทรงความอัจฉริยะของพระองค์ท่าน จึงทรงสังเกต วิเคราะห์ข้อมูลในขั้นต้นแล้ว จึงได้มีพระราชดำริครั้งแรก แก่ ม.ร.ว.เทพฤทธิ์ เทวกุล ว่าจะทรงค้นหาวิธีการที่จะทำให้เกิดฝนตกนอกเหนือจากที่จะได้รับจากธรรมชาติ โดยการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาประยุกต์กับทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดมีศักยภาพของการเป็นฝนให้ได้ ต่อมาได้เกิดเป็นโครงการค้นคว้าทดลอง ปฏิบัติการฝนเทียมหรือฝนหลวงขึ้น เพื่อช่วยเหลือพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากการขาดแคลนน้ำ

 

โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ "คลองลัดโพธิ์"

คลองลัดโพธิ์ เป็นคลองที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯทรงมีกระแสร์พระราชดำรัส เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2549 ว่าจะเป็นสถานที่ตัวอย่างของการบริหารจัดการน้ำ ที่ต้องการความรู็เรื่องเกี่ยวกับเวลาน้ำขึ้นน้ำลง หากว่ามีการบริหารจัดการที่ถูกต้องก็จะสามารถแก้ไขปัญหาน้ำท่วมได้ และทรงเสด็จพระราชดำเนินทางชลมารคไปทรงเปิดประตูระบายน้ำคลองลัดโพธิ์ และทรงเปิดสะพานภูมิพล 1 ภูมิพล 2 ในวันที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ.2553

กังหันน้ำชัยพัฒนา

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงห่วงใยในความเดือดร้อนทุกข์ยากที่เกิดขึ้นนี้ ได้เสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรสภาพน้ำเสียในพื้นที่หลายแห่งหลายครั้ง ทั้งในเขตกรุงเทพมหานคร ปริมณฑล และทั่วทุกพื้นที่ของประเทศ พระองค์ทรงเห็นปัญหาน้ำเน่าเสียมากขึ้นทุกวันและเป็นอุปสรรคในการดำเนินชีวิตของประชาชนต่อไปในอนาคต ดังนั้นจึงได้คิดค้น.."กังหันน้ำ" หรือ "กังหันชัยพัฒนา" เพื่อบำบัดน้ำเสีย โดยการหมุนปั่นเติมอากาศให้น้ำเสียกลายเป็นน้ำดี เพื่อพัฒนาแหล่งน้ำแก่ราษฎร 

นอกจากพระราชกรณียกิจ และโครงการพระราชดำริจำนวนมากที่ทรงคิดค้นขึ้นเพื่อประโยชน์ของประชาชนชาวไทย ทีมนิวมีเดีย PPTV ยังได้รวบรวมเหตุการณ์และความประทับใจส่วนหนึ่งจากหนังสือ "พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว กับคณะองคมนตรี" ขององคมนตรีในการถวายงานใต้เบื้องพระยุคลบาทในมุมมองที่หลากหลาย เพื่อสะท้อนให้เห็นถึงแนวพระราชดำริอันลึกซึ้ง เบื้องหลังพระราชกรณียกิจและโครงการพระราชดำริ เพื่อความสุขของประชาชนในแผ่นดิน

“เวลาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ ไปทรงเยี่ยมราษฎรตามจังหวัดต่างๆ  จะทรงเตรียมพระองค์พร้อมเสมอ โปรดที่จะทรงขับรถยนต์พระที่นั่งด้วยพระองค์เองและทรงใช้แผนที่ตลอดทรงเชี่ยวชาญในการใช้แผนที่อย่างยิ่ง” พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์

 “เวลาออกไปเยี่ยมพื้นที่ประสบภัย แนวทางหนึ่งที่ผมได้จากพระองค์ท่าน มาตั้งแต่สมัยรับราชการทหารและนำมาใช้จนถึงทุกวันนี้คือ การฟังความทุกข์ของประชาชน”พล.อ.สุรยทธ์ จุลานนท์

“พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงรู้จักทั่วทุกพื้นที่ของประเทศไทย แผนที่ของพระองค์ท่าน เรียกได้ว่าดีและละเอียดกว่าของทุกๆคน เพราะทรงบันทึกขึ้นมาจากการเสด็จฯ ด้วยพระองค์เอง” พล.อ.สุรยทธ์ จุลานนท์

“ทรงเจรจากับชาวบ้านจนหมดเทียนเป็นเล่ม เมื่อเข้าใจกันได้ดี จึงได้เสด็จฯ กลับ ด้วยพระวิริยอุตสาหะและพระขันติธรรมดังกล่าว ทำให้การดำเนินการลุล่วงไปด้วยดี "พล.อ.อ.กำธน สินธวานนท์

"ทุกครั้งที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ ไปทรงงานในพื้นที่ ภาพที่พสกนิกรเห็นเป็นประจำคือ ภาพที่พระองค์ท่านทรงถือแผนที่ปึกหนาด้วยพระองค์เอง จะไม่มีภาพผู้ใดถือแผนที่ปึกนี้แทนพระองค์ท่านอย่างเด็ดขาด" นายสวัสดิ์ วัฒนายากร

“ทุกข์ของราษฎร คือทุกข์ของพระองค์ท่าน คงไม่มีสิ่งใดที่จะทำให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ของเราทรงมีความสุขยิ่งไปกว่า ความอยู่ดีกินดี รอดพ้นความยากจนของพสกนิกรของพระองค์ท่าน” นายสวัสดิ์ วัฒนายากร

ขณะที่จากหนังสือ "ใกล้เบื้องพระยุคลบาท กับลัดลาซุบซิบ" ที่นำเสนอเรื่องราวแห่งพระราชจริยวัตร ซึ่งเป็นที่ปลาบปลื้มของปวงชนชาวไทย 

ดังเช่นหน้า 180  :  “ในหลวง”ทรงสนพระทัยฏีกานักโทษ ปีละกว่า 1,000 ราย

งานที่พระองค์ท่านต้องทรงในหน้าที่ธรรมราชมีปริมาณมากขึ้น นอกจากพระราชกรณียกิจตามบัญญัติในรัฐธรรมนูญมั้งฝ่ายนิติบัญญัติบริหารและตุลาการตามปกติแล้ว พระมหากรุณาธิคุณที่ยิ่งใหญ่ไพศาล แม้จนกระทั่งทุกวันนี้ก็คือ ทรงวินิจฉัยฎีกาของพระราชทานอภัยโทษด้วยพระองค์เองทุกเรื่อง ฎีกาเหล่านี้ปีหนึ่งๆ มีจำนวนร่วมพันราย แต่ละรายก็มีข้อเท็จจริงแตกต่างกันออกไป แต่พระองค์ก็ทรงพระมหากรุณาธิคุณ พระราชทานพระบรมราชวินิจฉัยด้วยความยุติธรรม


หน้า 185 :  “ในหลวง” โปรดทรงงานกับพื้น

ห้องทรงงานของพระองค์ในความคิดของคนทั่วๆ ไป อาจจะมีโต๊ะทำงานทรงพระอักษร พระเก้าอี้ที่โก้เก๋ แต่ไม่เป็นเช่นนั้น พระเก้าอี้นั้นมีจริง แต่พระองค์ไม่ได้ทรงประทับเวลามรงงาน พระองค์จะประทับบนพื้น เพราะจะได้ทรงวางสิ่งของต่างๆ ได้ถนัด และเวลาทรงหาข้อมูลรับสั่งกับประชาชน จะทรงถนัดกว่าประทับอยู่บนเก้าอี้

หน้า 186 : “ในหลวง” ทรงไม่รังเกียจ ของถวายแบบ “ตามมีตามเกิด”

เท่าที่ปรากฏแล้ว พระองค์เคยเสด็จขึ้นไปบนเรือนเก่าๆ ของราษฏรบางราย เมื่อเจ้าของถวายเครื่องดื่มด้วยภาชนะในแบบที่เรียกว่า “ตามมีตามเกิด” พระองค์ก็ทรงรับมาเสวยโดยมิได้รังเกียจแต่อย่างใด  คราวเสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมราษฎรภาคอีสาน มีหญิงชราอายุร้อยกว่าปี ขอให้หลานช่วยอุ้มมารับเสด็จพร้อมกับ ดอกบัวดอกเดียวที่ถือไว้ตั้งแต่เช้าซึ่งแห้งเหี่ยวไปแล้ว คุณยายก็ยังนำขึ้นจบบูชา เมื่อเสด็จพระราชดำเนินถึง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงก้มพระองค์จนพระเศียรเกือบติดศีรษะคุณยาย เป็นอีกหนึ่งพระบรมฉายาลักษณ์ที่ประทับใจคนไทย

หน้า 239 :  พระบรมฉายาลักษณ์ของ “ในหลวง” ที่ประทับใจคนไทยทั้งชาติ

คราวเสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมราษฎรภาคอีสาน มีหญิงชราอายุร้อยกว่าปี ขอให้หลานช่วยอุ้มมารับเสด็จพร้อมกับ ดอกบัวดอกเดียวที่ถือไว้ตั้งแต่เช้าซึ่งแห้งเหี่ยวไปแล้ว คุณยายก็ยังนำขึ้นจบบูชา เมื่อเสด็จพระราชดำเนินถึง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงก้มพระองค์จนพระเศียรเกือบติดศีรษะคุณยาย เป็นอีกหนึ่งพระบรมฉายาลักษณ์ที่ประทับใจคนไทย

 

ขอบคุณภาพจาก กองข่าว และฝ่ายห้องสมุดเฉพาะ สำนักราชเลขาธิการ

ขอบคุณข้อมูล จากหนังสือ "ใกล้เบื้องพระยุคลบาท กับลัดลาซุบซิบ" และ "พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว กับคณะองคมนตรี"

 

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

EXCLUSIVE Talk คุยข้ามช็อต

EXCLUSIVE Talk คุยข้ามช็อต

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ