พระอัจฉริยภาพ และพระวิริยะอุตสาหะในการปฏิบัติพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อประโยชน์สุขของพสกนิกรชาวไทยนั้น เป็นที่ประจักษ์ต่อสายตาประชาคมโลก ดังจะเห็นได้จากรางวัลต่างๆ ที่องค์กรระหว่างประเทศและสถาบันทั่วโลกทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวาย เพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติและเผยแพร่พระเกียรติคุณอันยิ่งใหญ่ ซึ่งมีจำนวนมากถึง 45 รางวัล
หากนับเฉพาะรางวัลที่หน่วยงานของสหประชาชาติเคยทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวาย นั้นมีมากถึง 11 รางวัล ในจำนวนนี้ รางวัลที่ถือได้ว่ายิ่งใหญ่ที่สุดก็คือ รางวัลความสำเร็จสูงสุดด้านการพัฒนามนุษย์ (The Human Development Lifetime Achievement Award) ที่ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายโดย สำนักงานโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นดีพี) เมื่อปี 2549 ซึ่งยกย่องพระองค์ในฐานะที่เป็นกษัตริย์ที่ประสบความสำเร็จสูงสุดในด้านการพัฒนาประเทศ และเป็นการพัฒนาอย่างยั่งยืน จากปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ขณะเดียวกัน รางวัลนี้ยังมีความพิเศษเนื่องจากเป็นรางวัลที่ไม่เคยมอบให้กับบุคคลใดมาก่อน และนายโคฟี อันนัน เลขาธิการสหประชาชาติขณะนั้น ก็เป็นผู้เดินทางมาทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายรางวัลด้วยตนเอง
ซึ่งปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงนี้ก็เป็นแนวคิดที่ทั่วโลกต่างยอมรับและยกย่อง ท่ามกลางกระแสโลกาภิวัฒน์ หลายประเทศหันมาให้ความสนใจกับแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวงมากขึ้น ดังจะเห็นได้ชัดเจนจากในการประชุมระดับโลก ไทยมักจะได้รับเชิญไปปาฐกถาและแบ่งปันเกี่ยวแนวทางดังกล่าวเสมอ
นอกจากนี้ ยังมีรางวัลสำคัญอื่นๆ อีกมากมายที่องค์กรและสถาบันทั่วโลกทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เช่น
เหรียญฟิแล โดยองค์การยูเนสโก เพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงอุทิศพระองค์พัฒนาชนบทและคุณภาพชีวิตประชาชน
เหรียญทองเทิดพระเกียรติในฐานะที่ทรงอุทิศตนเป็นแบบอย่างในการพัฒนาสิ่งแวดล้อมและอนุรักษ์ธรรมชาติ โดยโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ หรือ ยูเอ็นอีพี
รางวัลเทิดพระเกียรติในฐานะที่ทรงสนับสนุนงานอุตุนิยมวิทยาและการนำทรัพยากรน้ำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ โดยองค์การอุตุนิยมวิทยาโลก
เหรียญทองสาธารณสุขเพื่อมวลชนโดยองค์การอนามัยโลก ในฐานะที่ทรงส่งเสริมการพัฒนาสุขภาพสำหรับประชาชนอย่างเท่าเทียมเกิดจนสำเร็จตามเป้าหมาย