ความผูกพันกษัตริย์ภูฏาน ต่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

โดย PPTV Online

เผยแพร่

สมเด็จพระราชาธิบดี จิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก แห่งราชอาณาจักรภูฏาน ยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง โครงการพัฒนาพื้นที่สูง ตามรอยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

ย้อนกลับไปเมื่อปี 2549 เมื่อครั้ง พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช พระมหิตลาธิเบศร รามาธิบดีจักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร ทรงครองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี ซึ่งในปีนั้นรัฐบาลได้เชิญประเทศที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เขาร่วมราชพิธีอันเป็นส่วนหนึ่งของพระราชพิธีฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี

หนึ่งในผู้แทนพระประมุขคือ สมเด็จพระราชาธิบดี จิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก ซึ่งขณะนั้นยังทรงพระราชอิสริยยศมกุฎราชกุมาร แห่งราชอาณาจักรภูฏาน ก่อนที่ในปี 2551 ทรงได้รับการราชาภิเษกขึ้นเป็นพระมหากษัตริย์ ภายใต้รัฐธรรมนูญพระองค์แรกของประเทศ

การเสด็จพระราชดำเนินมายังประเทศไทยในครั้งนั้น ทำให้ประชาชนชาวไทยได้รู้จักประเทศที่มีทรัพยากรธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ และมีความสวยงามอย่างราชอาณาจักรภูฏานมากยิ่งขึ้น

ทว่าหลายคนไม่เคยทราบว่า ก่อนหน้านี้พระมหากษัตริย์แห่งราชอานาจักรภูฏาน เคยเสร็จพระราชดำเนินมายังประเทศไทยหลายครั้ง เพื่อทรงศึกษาและเข้าเยี่ยมชมโครงการหลวงดอยอินทนนท์ และสถานีเกษตรหลวงอ่างขาง จ.เชียงใหม่ เนื่องจากทรงยึดถือแนวพระราชดำริ การบำรุง และพัฒนาประเทศ ตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

สมเด็จพระราชาธิบดี จิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก ทรงเฝ้าติดตามพระราชกรณียกิจ ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ตั้งแต่ครั้งยังทรงพระเยาว์ด้วยความชื่นชมและยกย่อง ขณะเดียวกันพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ได้พระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ ให้โครงการหลวงใช้เป็นทุนในการช่วยเหลือพัฒนาภูฏานด้วยเช่นกัน

แนวทางร่วมมือเพื่อการพัฒนาบนพื้นที่สูงของทั้ง 2 ประเทศ เริ่มต้นจากนักวิชาการ นักการทูต รัฐมนตรีด้านการเกษตรของภูฏาน เดินทางมาศึกษาและเรียนรู้งานที่จังหวัดเชียงใหม่คือ สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ เนื่องจากโครงการหลวงได้ผ่านงานพัฒนาด้านเกษตรที่สูงมายาวนาน สามารถเป็นแบบอย่างให้ภูฏาน ประเทศที่มีทรัพยกรธรรมชาติสมบูรณ์ดี แต่รายได้ของประชากรไม่มาก และมีปัญหาภูมิประเทศที่เป็นภูเขาสูง

ภายหลังทรงทราบข่าวการเสด็จสวรรคต ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ด้วยความโทมนัสยิ่ง สมเด็จพระราชาธิบดี จิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก สมเด็จพระราชบิดา และพระบรมวงศานุวงศ์ ทรงนำคณะสงฆ์ ข้าราชการอาวุโส และชาวไทยในภูฎาน ร่วมจุดดวงประทีป 1,000 ดวง และสวดมนต์เพื่อรำลึกถึงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ ณ วิหารเกนราแห่ง ทาชิโชซอง ในกรุงทิมพู เมืองหลวงของภูฏาน

พร้อมมีพระราชบัญชาให้วัดทั่วประเทศ จัดพิธีจุดดวงประทีปและสวดมนต์เพื่อรำลึกถึงพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ขณะเดียวกันทรงกำหนดให้วันที่ 14 ต.ค. 2559 เป็นวันไว้ทุกข์ พร้อมกับให้ลดธงลงครึ่งเสา เพื่อเป็นการรำลึกถึงพระเกียรติคุณ ส่วนโรงเรียนและสถานที่ราชการให้หยุดทำการ เพื่อให้ประชาชนสามารถเดินทางไปร่วมพิธีสวดมนต์ที่วัด

ต่อมา เมื่อช่วงเย็นวันที่ 15 ต.ค. 2559 พระมหากษัตริย์แห่งราชอาณาจักรภูฏาน และสมเด็จพระราชินี เจตซุน เพมา วังชุก พร้อมด้วยพระโอรส เสด็จพระราชดำเนินมายังประเทศไทย เพื่อร่วมพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศล พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ

โดยในวันนี้ (16 ต.ค. 2559) เวลา 09.48 น. สมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก แห่งราชอาณาจักรภูฏาน เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วย สมเด็จพระราชินี เจตซุน เพมา วังชุก ไปทรงวางพวงมาลาถวายราชสักการะที่หน้าพระโกศพระบรมศพ และทรงลงพระนามาภิไธยแสดงความอาลัย เพื่อแสดงความรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ

 

ขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบบางส่วนจาก ซาโก้ ดินรักฟ้า และเฟซบุ๊ก His Majesty King Jigme Khesar Namgyel Wangchuck

 

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ