“ท้องสนามหลวง” สถานที่ประกอบราชพิธี คู่กรุงรัตนโกสินทร์

โดย PPTV Online

เผยแพร่

เปิดประวัติความเป็นมา “ท้องสนามหลวง” สถานที่สำคัญยิ่งทางประวัติศาสตร์ คู่กรุงรัตนโกสินทร์

เมื่อเอ่ยถึง “ท้องสนามหลวง” สนามหญ้าขนาดใหญ่ ซึ่งตั้งอยู่บริเวณหน้าพระบรมมหาราชวัง เชื่อว่าหลายคนคงคิดตรงกันว่า สถานที่แห่งนี้มีไว้สำหรับจัดงานราชพิธีสำคัญต่างๆ รวมไปถึงใช้เป็นที่ตั้งพระเมรุมาศของพระมหากษัตริย์ และพระบรมวงศานุวงศ์ แต่ยังคงมีอีกหลายคนโดยเฉพาะเด็กรุ่นใหม่ ที่อาจยังไม่ทราบถึงประวัติความเป็นมา ของสถานที่สำคัญยิ่งทางประวัติศาสตร์แห่งนี้

ข้อมูลจาก วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี ระบุถึงประวัติความเป็นมาของ “ท้องสนามหลวง” หรือ “ทุ่งพระเมรุ” ว่า ตั้งแต่ รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ 1 เป็นต้นมา ได้ใช้สนามหลวงเป็นที่ประกอบพระราชพิธีต่างๆ เช่น เป็นที่ตั้งพระเมรุมาศของพระมหากษัตริย์ และพระบรมวงศานุวงศ์ และเป็นที่ประกอบพระราชพิธีต่างๆ

ต่อมาใน รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 โปรดเกล้าฯ ให้ทำนาที่สนามหลวง เพื่อแสดงให้ปรากฏแก่นานาประเทศว่า เมืองไทยบริบูรณ์ด้วยข้าวปลาอาหาร มีไร่นาใกล้ ๆ พระบรมมหาราชวัง สะสมเสบียงอาหารไว้เป็นกำลังของบ้านเมืองด้วย

ถัดมาใน รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 โปรดเกล้าฯ ให้ประกอบพระราชพิธีพืชมงคล พิธีพิรุณศาสตร์มีกำแพงแก้วล้อมรอบบริเวณ ข้างในสร้างหอพระพุทธรูปสำคัญ เป็นที่ประดิษฐานพระสำหรับพิธี มีพลับพลาที่ทำการพระราชพิธี มีหอดักลมลงที่พลับพลา สำหรับทอดพระเนตรการทำนา ข้างพลับพลามีโรงละครสำหรับเล่นบวงสรวง ด้านเหนือมีพลับพลาน้อยสร้างบนกำแพงแก้ว สำหรับประทับทอดพระเนตรการทำนาในท้องทุ่ง นอกกำแพงแก้วยังมีฉางสำหรับใส่ข้าวที่ได้จากการปลูกข้าว และโปรดเกล้าฯ ให้เปลี่ยนชื่อเรียกจาก “ทุ่งพระเมรุ” เป็น “ท้องสนามหลวง” ดังปรากฏในประกาศว่า “ที่ท้องนาหน้าวัดมหาธาตุนั้น คนอ้างการซึ่งนานๆ มีครั้งหนึ่งแลเป็นการอวมงคล มาเรียกเป็นชื่อตำบลว่าทุ่งพระเมรุนั้นหาชอบไม่ ตั้งแต่นี้สืบไปที่ท้องนาหน้าวัดมหาธาตุนั้นให้เรียกว่าท้องสนามหลวง”

จากนั้นใน รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ทรงโปรดเกล้าฯ ให้ขยายสนามหลวงจากเดิม และรื้อพลับพลาต่างๆ ที่สร้างในรัชกาลก่อนๆ เพราะหมดความจำเป็นที่จะต้องทำนา และได้ใช้สนามหลวงเป็นที่ประกอบพิธีต่างๆ เช่น การฉลองพระนครครบ 100 ปี งานฉลองเมื่อเสด็จพระราชดำเนินกลับจากยุโรปใน พ.ศ. 2440

ครั้นใน รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ทรงใช้ประกอบพระราชพิธีต่างๆ และใช้เป็นสนามแข่งม้า สนามกอล์ฟ

ขณะที่ใน พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร เป็นพระมหากษัตริย์ลำดับที่ 9 แห่งราชวงศ์จักรี มีการใช้สนามหลวง เป็นที่ประกอบพระราชพิธีสำคัญ ๆ เช่น พระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ สมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ครบ 200 ปี กาญจนาภิเษก รวมทั้งงานพระเมรุมาศเจ้านายระดับสูง เช่น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล, สมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า, จอมพล ป. พิบูลสงคราม, สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินีในรัชกาลที่ 7, สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี, พลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ, สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ และล่าสุดเมื่อเดือนเมษายน พ.ศ. 2555 ใช้เป็นสถานที่จัดสร้างพระเมรุใช้ในการพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพสมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี

นอกจากพระราชพิธีสำคัญต่างๆ แล้วนั้น สนามหลวงยังใช้เป็นสถานที่จัดกิจกรรมต่างๆ สำหรับประชาชนทั่วไปด้วย อาทิ การปราศรัยใหญ่ในการหาเสียงเลือกตั้งในแต่ละครั้ง การชุมนุมทางการเมืองต่างๆ รวมถึงใช้เป็นสถานที่จัดกิจกรรมทางกีฬา เช่น ฟุตบอล ว่าว และเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจ

ในปี พ.ศ. 2553 กรุงเทพมหานครได้ทำการปรับปรุงภูมิทัศน์ของสนามหลวง จากเดิมที่เคยเสื่อมโทรมให้ดีขึ้น แล้วเสร็จในปลายเดือนเมษายน พ.ศ. 2554 เปิดใช้พื้นที่อย่างเป็นทางการอีกครั้ง เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2554 และไม่อนุญาตให้ใช้เป็นสถานที่จัดกิจกรรมทางการเมืองใดๆ เหมือนในอดีต เพื่อสงวนไว้สำหรับประกอบพระราชพิธีเท่านั้น

ทั้งนี้ กรมศิลปากรได้ประกาศขึ้นทะเบียนสนามหลวง เป็นโบราณสถานสำคัญของชาติ ในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2520 มีเนื้อที่ 74 ไร่ 63 ตารางวา

 

ขอบคุณข้อมูลจาก วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

เปิดโต๊ะข่าว

เปิดโต๊ะข่าว

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ