แนะวิธีสังเกตผู้ป่วยจิตเวช – ชวนเป็นหูเป็นตาส่งต่อเข้ารับการรักษา

โดย PPTV Online

เผยแพร่

กรมสุขภาพจิต วอนอย่าตีตราผู้ป่วยจิตเวช ชวนทุกคนร่วมเป็นหูเป็นตา ส่งต่อการรักษาอย่างทันท่วงที

จากกระแสวิพากษ์วิจารณ์ที่เกิดขึ้นในสังคม เนื่องจากหลายคนอาจยังเข้าใจคลาดเคลื่อนเกี่ยวกับผู้ป่วยจิตเวช โดยส่วนหนึ่งอาจมองว่าการป่วยเป็นการเสแสร้งหรือแกล้งทำ หรือในรายที่ผู้ป่วยเคยมีพฤติกรรมรุนแรงมาก่อน ก็มักจะถูกมองว่าเป็นอันตรายต่อสังคม ซึ่งเป็นตราบาปทำให้ญาติรู้สึกอับอาย หรือแม้แต่การนำเสนอผ่านสื่อหรือการใช้คำพูดที่ล้อเลียนผู้ป่วยทางจิต ล้วนก่อให้เกิดภาพลบตอกย้ำต่อผู้มีปัญหาสุขภาพจิต จนกลายเป็นอุปสรรคทำให้ผู้ป่วย ไม่กล้าเข้ารับการรักษาทั้งที่โรคนี้สามารถรักษาได้นั้น

นพ.บุญเรือง ไตรเรืองวรวัฒน์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวว่าโรคทางจิตเวชเป็นโรคเรื้อรังและเป็นโรคทางสมองอย่างหนึ่ง ที่ทำให้ผู้ป่วยควบคุมตนเองได้ไม่ดี แบ่งออกได้หลายกลุ่มตามลักษณะ และความรุนแรงของการแสดงออก ได้แก่ กลุ่มวิตกกังวล กลุ่มซึมเศร้าและอารมณ์แปรปรวน และกลุ่มโรคจิต ที่พบบ่อยคือโรคจิตเภท โรคซึมเศร้า โรคไบโพลาร์ โรควิตกกังวล ออทิซึม ความผิดปกติที่เกิดจากการใช้สารเสพติด และโรคสมองเสื่อม เป็นต้น ผู้ป่วยต้องดูแลรักษาตัวเองอย่างต่อเนื่อง และอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ ยิ่งเข้ารับการรักษาแต่เนิ่นๆ ได้เร็วเท่าไรยิ่งดี แต่เมื่ออาการดีขึ้นแล้วยังคงต้องกินยาอต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยสามารถใช้ชีวิตอยู่ในชุมชนและสังคมได้ตามปกติ หัวใจสำคัญในการดูแลและอยู่ร่วมกับผู้ป่วยจิตเวช อยู่ที่การดูแลไม่ให้ขาดยาเป็นอันขาด ตลอดจนครอบครัว ชุมชน และสังคม ต้องเข้าใจและยอมรับ ว่าการป่วยทางจิตไม่ต่างจากการป่วยทางกาย ที่ต้องได้รับการดูแลรักษาเช่นกัน ต้องช่วยกันลดอคติไม่รังเกียจ ให้อภัย และไม่ถือโทษโกรธเคือง รวมถึงส่งเสริมให้เข้าถึงการรักษา ให้กำลังใจและให้โอกาสใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันได้

“หากเกิดสภาพแวดล้อมที่แปลกแยก กดดัน กีดกัน หรือรังเกียจ จะยิ่งเพิ่มปัญหาต่อการรักษามากยิ่งขึ้น ทำให้ผู้ป่วยเกิดความกดดัน ปลีกตัว อาการกำเริบ หรืออาละวาดขึ้นมาได้”

ทั้งนี้ หากพบเห็นผู้ที่มีความผิดปกติ หรือสงสัยว่าอาจเจ็บป่วยทางจิต ข้อสังเกตเบื้องต้น คือผู้ป่วยจะมีความคิดและพฤติกรรมที่ผิดปกติ ไม่เหมาะสมและไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ สังเกตได้จากลักษณะท่าทาง สีหน้า และแววตา ที่แตกต่างจากคนทั่วไป หากพบเจอขอให้หยุดนิ่งเพื่อไม่ให้เป็นสิ่งเร้า ไปกระตุ้นให้เกิดอาการหรือปฏิกิริยาตอบโต้รุนแรง ซึ่งตาม พ.ร.บ.สุขภาพจิต พ.ศ. 2551 สามารถโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่สาธารณสุข เพื่อนำตัวเข้าสู่ระบบการดูแลรักษาได้

เพื่อคุ้มครองสังคมจากอันตราย ที่อาจเกิดขึ้นจากผู้ป่วยจิตเวช ขณะเดียวกันยังเป็นการคุ้มครองผู้ป่วยจิตเวช ให้ได้รับการบำบัดรักษาอย่างถูกต้อง ตลอดจนขอให้ระมัดระวังไม่ส่งต่อ ไม่เผยแพร่ภาพหรือข้อมูลใดๆ ของผู้ป่วย ไม่ว่าจะด้วยช่องทางหรือวิธีใดก็ตาม หากฝ่าฝืน มีบทลงโทษ จำคุกหรือปรับ หรือทั้งจำทั้งปรับ โดยขอรับคำปรึกษาได้ที่ สายด่วนสุขภาพจิต 1323 โทรฟรี ตลอด 24 ชั่วโมง

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ