วันนี้ (29 ต.ค. 59) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ความทุกข์ใจของชาวนาตำบลเสม็ด อำเภอเมือง จังหวัดบุรีรัมย์ ถูกกลั่นออกมาจากความรู้สึก หลังจำใจต้องเกี่ยวข้าวในเวลานี้ และขายให้กับโรงสีในราคากิโลกรัมละ 5 บาท เพื่อนำเงินไปใช้หนี้และเลี้ยงครอบครัว
ไม่ต่างกับชาวนาจังหวัดอ่างทองที่ยอมขายข้าวให้กับโรงสีตลาดกลางค้าข้าวสหกรณ์การเกษตรโพธิ์ทองจำนวนมาก แม้จะได้ราคาเพียงกิโลกรัมละ 6 บาท เพราะหลายคนคนกังวลว่าน้ำจะท่วมทุ่งนาจากสถานการณ์ที่ฝนกำลังตกหนัก ผู้จัดการตลาดกลางข้าวโพธิ์ทองฯ บอกว่า การรับซื้อขึ้นอยู่กับราคากลางของตลาด โรงสีไม่ใช่คนกำหนด
สถานการณ์นี้ทำให้ชาวนาในหลายพื้นที่ทั้งภาคกลางและภาคอีสาน เรียกร้องให้รัฐบาลเร่งออกมาตรการที่ผลัดดันราคาให้อยู่ในกิโลกรัมละ 10 ถึง 12 บาท เหมือนหลายปีที่ผ่านมา
หัวหน้าภาควิชาเศรษฐศาสตร์เกษตรฯ มองว่า รัฐบาลต้องปรับแผนแก้ปัญหาความทุกข์ร้อนของชาวนาและเร่งทำความเข้าใจอย่างเร็วที่สุด ไม่เช่นนั้นอาจจะเกิดข้อเรียกร้องให้มีการแทรกแซงราคาที่สุ่มเสี่ยงต่อการบิดเบือนกลไกตลาด
นอกจากมาตรการของรัฐบาล เวลานี้มีภาคประชาชนจำนวนหนึ่ง พยายามหาแนวทางช่วยเหลือกันเอง โดยสร้างช่องทางขายข้าวจากชาวนาตรงไปยังผู้บริโภคในรูปแบบข้าวสารพร้อมหุงรับประทาน ซึ่งในวันพรุ่งนี้ภาควิชาเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จะนำงาน “ลูกชาวนา ซับน้ำตา พ่อแม่” เพื่อมาระดมความคิดในการหามาตรการช่วยเหลือชาวนาเพิ่มเติม