ตลอดทั้งวันที่ท้องสนามหลวง ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องค่อนข้างเข้มงวดเรื่องการเข้า-ออกของประชาชนที่มากราบถวายสักการะพระบรมศพอย่างมาก เนื่องจากพบข้อมูลว่ามีมิจฉาชีพแฝงตัวมาลักทรัพย์
โดยทางเข้าท้องสนามหลวงทุกประตู ตำรวจและทหาร ชี้แจงต่อประชาชนที่มาถวายสักการะเบื้องหน้าพระโกศ พระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภมิพลอดุลยเดช ให้หยิบบัตรประชาชน เพื่อตรวจสอบก่อนเข้าไปทุกครั้ง เพื่อคัดกรองประชาชนเข้าไปในพื้นที่ เนื่องจากที่มีมิจฉาชีพจากประเทศเพื่อนบ้านแฝงตัวโจรกรรมทรัพย์สิน หากลืมบัตรประชาชนติดตัวมา เจ้าหน้าที่ตำรวจจะบันทึกประวัติไว้ จึงจะผ่านจุดคัดกรองไปได้ พร้อมจัดจุดรับแจ้งเอกสารหาย และรับแจ้งคดีอาญาต่างๆในพื้นที่ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชน
และแม้ว่ากรุงเทพมหานครจะจัดระเบียบกลุ่มจิตอาสาอย่างต่อเนื่องแล้ว แต่ประธานที่ปรึกษาผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ก็ฝากเตือนว่าหากพบเห็นบุคคลใช้บัตรประจำตัวจิตอาสา แอบอ้างขอเรี่ยไรเงินให้ถ่ายรูปบัตรและแจ้งเจ้าหน้าที่ทันที เพราะศูนย์ประสานงานอาสาสมัครจะมีฐานข้อมูลจิตอาสาจากการลงทะเบียนไว้ หากเป็นบัตรปลอมจะถูกดำเนินคดีฐานปลอมแปลงเอกสาร
ประธานที่ปรึกษาผู้ว่าฯกทม.ระบุด้วยว่า ในวันที่ 5-6 พฤศจิกายนนี้ จะปิดถนน 27 เส้นทางหลักเหมือนเดิม เพื่อรองรับประชาชนที่คาดว่าจะเดินทางมามากกว่าทุกวัน และศูนย์ประสานงาน อาสาสมัครทำดีเพื่อพ่อ จะงดรับบริจาคอาหาร เครื่องดื่มและสิ่งของในวันที่ 6 12 13 และ 14 พฤศจิกายน เนื่องจากมีวงพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และขอให้หลีกเลี่ยงการใช้รถส่วนบุคคล
จนถึงเวลานี้พบว่าพสกนิกรยังคง หลั่งไหลเข้ามากราบถวายสักการะเบื้องหน้าพระโกศ พระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง อย่างต่อเนื่อง และสามารถเข้ากราบถวายสักการะได้จนถึงเวลา 21.00 น. ส่วนวันพรุ่งนี้ขอให้ประเมินเวลาเดินทางล่วงหน้าด้วย