สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานว่า นายกรัฐมนตรี เหงียน ซวน ฟุก ของเวียดนาม ได้กล่าวต่อที่ประชุมสมัชชาใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามวันนี้ว่า เนื่องจากสหรัฐอเมริกาได้ประกาศระงับการยื่นข้อตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก หรือ ทีพีพี เข้าสู่รัฐสภาเพื่อขอความเห็นชอบ จึงไม่มีเงื่อนไขสมควรที่เวียดนามจะต้องให้สัตยาบันข้อตกลงดังกล่าว
นายกรัฐมนตรีเวียดนามกล่าวอีกว่า เวียดนามมีข้อตกลงการค้าเสรีอยู่แล้ว 12 ฉบับ แม้จะไม่ได้เข้าร่วมข้อตกลงทีพีพี เวียดนามก็ยังสามารถได้ประโยชน์จากความร่วมมือทางเศรษฐกิจภายใต้โครงการที่มีอยู่
อย่างไรก็ตาม เวียดนามพร้อมที่จะร่วมมือกับสหรัฐฯ ในโครงการพัฒนาร่วมบนพื้นฐานการเคารพอำนาจอธิปไตย และไม่ประสงค์ร้ายต่อกัน ซึ่งในอนาคต ความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศก็จะยังคงก้าวหน้าต่อไปได้
อนาคตของข้อตกลงทีพีพี เป็นโครงการที่ผลักดันโดยรัฐบาลประธานาธิบดีบารัค โอบามา เพื่อส่งเสริมภาคการส่งออกของสหรัฐฯ ตกอยู่บนความไม่แน่นอน หลังจากที่โดนัลด์ ทรัมป์ ได้ก้าวขึ้นมาเป็นว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯคนใหม่ ขณะที่สภาคองเกรสเองก็อยู่ภายใต้การควบคุมของพรรครีพับลิกัน โดยทรัมป์เคยเรียกโครงการนี้ว่าเป็น “หายนะ”
ทั้งนี้ ประเทศในเอเชียต่างมีท่าทีต่อแนวโน้มที่ข้อตกลงนี้จะประสบความล้มเหลวแตกต่างกันไป โดยมาเลเซียได้หันไปให้ความสำคัญกับข้อตกลงการค้าที่นำโดยจีน ขณะที่ญี่ปุ่นเองยังพยายามที่จะรื้อฟื้นข้อตกลทีพีพีนี้อยู่