วันนี้ (18 พ.ย. 59) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยราชมงคลศรีวิชัย วิทยาเขตตรัง นำเจ้าหน้าที่ผ่าพิสูจน์ซากพะยูน เพศผู้ น้ำหนักเกือบ 300 กิโลกรัม ซึ่งเป็นตัวที่ 6 ในรอบปี เพื่อหาสาเหตุการตายหลังจากที่ชาวบ้านได้ไปพบติดอวนชาวบ้าน และถูกตัดเขี้ยวหายไปจากซากของพะยูน
นายสุเทพ ขันชัย หัวหน้าทีมผู้พิทักษ์ดุหยง เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้มีชาวบ้านไปพบซากพะยูนดังกล่าว ซึ่งสภาพที่พบตอนแรก เขี้ยวและลำตัวมีสภาพสมบูรณ์ดี แต่ตอนนี้เขี้ยวมีลักษณะถูกคว้านเอาไป จึงแจ้งเรื่องไปยังที่สถานีตำรวจภูธรกันตัง เบื้องต้นคาดว่าน่าจะมีคนเอาไปทำเครื่องประดับหรือความเชื่อทางไสยศาสตร์ ซึ่งเขี้ยวพะยูนมีมูลค่าคู่ละไม่ต่ำกว่า 50,000-60,000 บาท ทำให้ทีมงานผู้พิทักษ์ดุหยงร่วมกับภาครัฐจะต้องเข้มงวดมากกว่านี้ เนื่องจากเกาะลิบงเป็นพื้นที่อาศัยของพะยูนมากที่สุด
อย่างไรก็ตามปัจจุบันในทะเลตรัง ยังมีพะยูนอาศัยอยู่ ซึ่งเป็นฝูงสุดท้ายประมาณ 130-150 ตัว มีพะยูนที่โตเต็มวัยประมาณ 100 ตัว ซึ่งเป็นวัยเจริญพันธุ์ แต่เป็นช่วงวัยที่เสี่ยงการตายมากที่สุด เพราะเป็นวัยที่สามารถว่ายน้ำได้อย่างรวดเร็ว จึงเสี่ยงที่จะเข้าไปติดกับดักเครื่องมือประมงของชาวบ้าน อีกทั้งส่วนหนึ่งจะตายในช่วงผสมพันธุ์มีการต่อสู้กันเอง ทำให้พะยูนในทะเลตรัง เสี่ยงอย่างมากที่จะสูญพันธุ์จากทะเลตรัง