นายจอห์น แม็คคิสซิค ผู้แทนสำนักข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ หรือ UNHCR ซึ่งเข้าไปสังเกตการณ์การอพยพของชาวโรฮิงญา ที่ข้ามแม่น้ำจากฝั่งเมียนมาร์ เข้าไปยังชายแดนบังคลาเทศ กล่าว่า รัฐบาลเมียนมาร์กำลังเปิดเปฏิบัติการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวโรฮิงญาอย่างเต็มรูปแบบ ทำให้คนพวกนี้ต้องอพยพออกมาเพื่อหนีการสังหารหมู่
ผู้แทนของสำนักข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ บอกต่อว่าทหารและตำรวจตระเวณชายแดนของเมียนมาร์ สนธิกำลังกันไล่ล่าชาวโรฮิงญา เพื่อเป็นการแก้แค้นและลงโทษที่เมื่อต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมา มีชาวโรฮิงญา บุกเข้าไปสังหารตำรวจตระเวณชายแดนของเมียนมาร์ 9 นาย พร้อมกับปล้นเอาอาวุธปืนไปด้วย
ทั้งนี้ พฤติกรรมของทหารเมียนมาร์คือ จะสังหารพวกผู้ชายและเด็กอย่างเลือดเย็น ส่วนพวกผู้หญิงจะถูกข่มขืน จากนั้นก็จะปล้นสดมภ์และเผาบ้านของชาวโรฮิงญาด้วย
ทว่าโฆษกรัฐบาลเมียนมาร์ ออกมาปฏิเสธโดยบอกว่า รู้สึกผิดหวังอย่างมาก ที่เจ้าหน้าที่ระดับสูงของยูเอ็น กล่าวหาลอยๆ โดยไม่ทราบข้อเท็จจริง เพราะในความเป็นจริงแล้วชาวโรฮิงญา พยายามเผาบ้านเรือนของตัวเองเพื่ออพยพข้ามไปยังฝั่งบังคลาเทศ ส่วนการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ก็ไม่ได้เกิดขึ้นแต่อย่างใด ทั้งนี้ ในส่วนของรัฐบาลบังคลาเทศเอง ไม่สามารถเปิดชายแดนรับชาวโรฮิงญาได้ เพราะยิ่งจะทำให้รัฐบาลเมียนมาร์ เร่งกวาดล้างชาวโรฮิงญามากยิ่งขึ้น
ขณะที่วานนี้ (24 พ.ย. 2559) เกิดเหตุระเบิด 4 ครั้งซ้อนภายในสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองในนครย่างกุ้ง ประเทศเมียนมาร์ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจเปิดเผยว่า เมื่อช่วง 14.00 น ได้เกิดเหตุระเบิดขึ้นถึง 4 ครั้งซ้อน ภายในสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองในนครย่างกุ้ง อดีตเมืองหลวงของ ประเทศเมียนมาร์ โดยพบว่าคนร้ายซุกซ่อนวัตถุระเบิดไว้ภายในห้องน้ำ ก่อนจุดชนวนระเบิดทุกๆ 2 นาที สร้างความตกใจให้กับประชาชนในบริเวณใกล้เคียงเป็นอย่างมาก อย่างไรก็ตาม ตำรวจเมียนมายืนยันว่าไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากเหตุดังกล่าว ส่วนการสาเหตุของการลงมือยังอยู่ระหว่างการสืบสวน
แต่จากลักษณะของการระเบิดมีความคล้ายคลึงกับเหตุระเบิด ซุปเปอร์มาร์เกตที่เกิดขึ้นเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ส่งผลให้ประชาชนในนครย่างกุ้งเริ่มวิตกเกี่ยวกับความปลอดภัย โดยผู้เห็นเหตุการณ์บางส่วนระบุว่า เคราะห์ดีที่วันนี้เป็นวันหยุดนักขัตฤกษ์ จึงไม่มีความเสียหายหรือบาดเจ็บ แต่หากเป็นวันธรรมดาที่มีคนมาติดต่อราชการ ก็อาจมีผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าว