วานนี้ (30 พ.ย.) พันตำรวจเอก ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เปิดเผยการติดตามจับกุม พระธัมมชโย อดีตเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ในฐานะความผิดสมคบกันฟอกเงิน ร่วมกันฟอกเงิน และรับของโจร ว่า หลังจากส่งหนังสือไปยังสำนักงานพระพุทธศาสนา (พศ.) เจ้าคณะใหญ่หนกลางแล้ว ต้องมีการแจ้งเจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี เพื่อดำเนินการตามที่ดีเอสไอร้องขอ รวมถึงได้ส่งหนังสือไปถึงรักษาการเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย พร้อมขอคำตอบว่า พระธัมมชโย ยังอยู่ในวัดพระธรรมกายหรือไม่ หากอยู่ ขอนำตัวมามอบแก่เจ้าหน้าที่ ถ้าไม่ให้ความร่วมมืออาจเข้าข่ายมีความผิดตาม มาตรา 157 ข้อหาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ และ มาตรา 189 ให้ที่พักพิงแก่ผู้ที่มีหมายจับ
ขณะที่พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยในเวลาต่อมาว่า จะให้เวลาพระธัมมชโย ถึงเที่ยงคืนของวันที่ 30 พ.ย. 59 หากยังไม่มามอบตัวพนักงานสอบสวนจะพิจารณาตามขั้นตอนของกฎหมาย และเตรียมดำเนินคดีกับรักษาการเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ในข้อหาให้ที่พักพิงกับผู้ต้องหาตามหมายจับ หลังจากโฆษกวัดพระธรรมกาย ยืนยันว่าพระธัมมชโย รักษาอาการอาพาธอยู่ภายในวัด และจนถึงขณะนี้ ยังไม่ได้รับการประสานงานใดๆ จากทางวัด จึงเตรียมขยายผลดำเนินคดีกับผู้ให้การช่วยการช่วยเหลือพระธัมมชโยด้วย
เช่นเดียวกับ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่แนะให้พระธัมมชโยออกมามอบตัว เพื่อต่อสู้คดี
ต่อมาพระมหานพพร ปุญฺญชโย ผู้ช่วยผู้อำนวยการสำนักสื่อสารองค์กร วัดพระธรรมกาย ได้ให้สัมภาษณ์ว่า ขณะนี้ไม่สามารถยืนยันได้ว่า "พระธัมมชโย" นั้นยังรักษาอาการอาพาธอยู่ภายในวัดหรือไม่ เพราะหลายเดือนแล้วที่ไม่ได้ไปกราบ และทางวัดยังไม่ได้รับหนังสือใดๆ จากทางดีเอสไอแต่อย่างใด