วันที่ 1 ธ.ค. ของทุกปี เป็น "วันเอดส์โลก" ซึ่งองค์การอนามัยโลก (WHO) ให้ความสำคัญกับโรคเอดส์ เนื่องจากก่อให้เกิดความสูญเสียอย่างมาก ล่าสุด ประเทศแอฟริกาใต้ได้เริ่มดำเนินการทดลองวัคซีนป้องกันการติดเชื้อ HIV ในมนุษย์กับอาสาสมัครชายหญิงอายุระหว่าง 18-35 ปี จำนวน 5,400 คน ใน 15 เขต ทั่วประเทศที่มีเพศสัมพันธ์เป็นประจำ ซึ่งการทดลองดังกล่าวคาดว่าจะรู้ผลได้ภายในปี 2020 หรืออีก 4 ปีข้างหน้า
ทั้งนี้ วัคซีนที่นำมาใช้ในการทดลอง ได้รับการพัฒนาต่อยอดมาจากวัคซีนที่ผลิตขึ้นโดยโครงการศึกษาวัคซีนทดลองเอดส์ระยะที่ 3 ของประเทศไทยในปี 2009 ซึ่งถือเป็นวัคซีนทดลองตัวแรกของโลกที่ให้ผลในการป้องกันการติดเชื้อ HIV ได้ แต่ป้องกันได้เพียง 31.2% ซึ่งต่ำกว่าเป้าหมายที่กำนดไว้ 50 เปอร์เซนต์
ทีมนักวิทยาศาสตร์ของแอฟริกาใต้เชื่อว่า วัคซีนที่พัฒนาขึ้นอาจไม่จำเป็นต้องให้ผลในการป้องกันการติดเชื้อได้เต็ม 100% ขอเพียงแต่ให้ได้ผลในระดับปานกลางก็น่าจะเป็นประโยชน์ต่อประเทศที่มีผู้ติดเชื้อเอชไอวี เป็นจำนวนมากอย่าง แอฟริกาใต้ ที่มีอัตราผู้ติดเชื้อ HIV มากกว่า 10 % ของจำนวนประชากรทั้งหมด
สถิติผู้ติดเชื้อเอดส์ทั่วโลก
ปัจจุบัน มีผู้ติดเชื้อ HIV มากกว่า 36,700,000 คนทั่วโลก โดยผู้ป่วยมากกว่า 40% ไม่ทราบว่าตนติดเชื้อ และในจำนวนนี้ 1 ล้าน 8 แสนคนเป็นเด็ก ซึ่งส่วนใหญ่ได้รับเชื้อจากแม่ นอกจากนี้ ผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่มักอยู่ในประเทศยากจนหรือกำลังพัฒนาในทวีปแอฟริกา รองมาคือ เอเชียและแปซิฟิก