วันนี้ (5 ธ.ค. 59) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีนางสาวสมหญิง พวงพิพัฒน์ นักศึกษาปริญญาโท ได้รับใบแจ้งหนี้ว่าค้างค่าชำระบัตรเครดิต รวมเกือบ 90,000บาท ทั้งที่ไม่เคยสมัครบัตรเครดิตมาก่อน ล่าสุดเธอตรวจสอบข้อมูลพื้นฐานของบัตรเครดิตที่ถูกปลอมแปลง พบว่า ข้อมูลที่ผู้ปลอมแปลงเอกสารนำไปใช้สมัครทำบัตรเครดิต ตรงกับข้อมูลจริงของเธอเพียงแค่ 2 อย่าง คือ ชื่อ นามสกุล และเลขบัตรประจำตัวประชาชน ส่วนที่เหลือเป็นข้อมูลบุคคลอื่นที่นำมาใช้สวมยื่นทำบัตรเครดิตทั้งสิ้น เช่นที่อยู่สถานที่ก็เป็นที่อยู่ของอพาร์เมนท์แห่งหนึ่ง ที่เธอไม่เคยเดินทางไป นี่เป็นเหตุที่ทำให้เธอตั้งคำถามไปยังธนาคารถึงมาตรฐานในการตรวจสอบข้อมูลลูกค้า
แม้จะแจ้งความพร้อมยื่นคำร้องกับธนาคารว่าถูกปลอมแปลงเอกสารทำบัตรเครดิต แต่เธอก็ยอมรับว่า ยังไม่สบายใจกับสถานะที่ยังเป็นหนี้ธนาคารเกือบแสนบาท โดยที่ตัวเองไม่ได้เป็นผู้ก่อ และที่สำคัญ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกเธอเคยเจอเหตุการณ์เช่นนี้มาแล้วครั้งหนึ่ง แต่เป็นธนาคารคนละแห่ง แม้ครั้งนั้นจะพิสูจน์ได้ว่าเธอไม่เคยทำบัตรเครดิต แต่การเกิดเหตุการณ์นี้ซ้ำอีก ทำให้เธอมั่นใจว่าที่ข้อมูลส่วนตัวของเธอได้กลายเป็นข้อมูลสาธารณะที่ใช้ทำธุรกรรมทางการเงินได้ไปแล้ว เพียงแค่เคยทำบัตรประชาชนหาย