วันนี้ (23 ธ.ค.59) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ สนธิกำลังหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายทลายขบวนการปล่อยเงินกู้นอกระบบรายใหญ่ที่สุดในประเทศ แก๊งหมวกกันน๊อค ที่มีการยึดทรัพย์แล้วเบื้องต้น กว่า 150 ล้านบาท
ตู้เซฟสองชั้นขนาดใหญ่จำนวน 2 ตู้ ภายในบรรจุทรัพย์สินและธนบัตรไทยเป็นจำนวนมาก อาวุธปืนทองคำ ของมีค่าหลายรายการ ตกเป็นของกลางหลังจากเจ้าหน้าที่ทหาร,ตำรวจ ร่วมกับดีเอสไอและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง บุกเข้าตรวจค้นจับกุมแหล่งปล่อยเวินกู้นอกระบบรายใหญ่ บริเวณตลาด 200 ปี จังหวัดปทุมธานี
แหล่งปล่อยเงินกู้ หรือแก๊งหมวกกันน๊อค ที่มีสาขาปล่อยทั่วประเทศกว่า 80 สาขา มีเครือข่ายผู้ร่วมขบวนการการมากกว่า 2,000 ราย จากการตรวจสอบเอกสารบัญชีลูกหนี้ พบว่ามีประชาชนที่เป็นลูกหนี้ประมาณ 170,000 ราย รวมมูลค่าทรัพย์สินที่ยึดและอายัดกว่า 150 ล้านบาท
จากการเข้าตรวจค้นเจ้าหน้าที่นำหมายจับระบุนายวิชัย ปั้นงาม และนายไชยวุฒิ วิวัฒนอารีกุล ผู้ต้องหา
แต่สามารถจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับได้ 1 ราย คือนายนายไชยวุฒิ เป็นผู้ดูแลระบบคอมพิวเตอร์ ที่จัดเก็บข้อมูลเงินกู้ที่เชื่อมโยงทั้งส่วนกลางและภูมิภาค ส่วนนายวิชัย ซึ่งเป็นผู้บงการรายใหญ่ ได้เดินทางออกนอกประเทศไปท่องเที่ยวก่อนที่จะมีการออกหมายจับ
พันตำรวจเอกดุษฎี อารยวุฒิ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยว่า จากการจับกุมสามารถขยายผลไปยังตัวการสำคัญ รวมไปถึงหลักฐานข้อมูลที่ชี้มูลว่าเจ้าที่ของรัฐกว่า 1,000 คน เข้ามามีส่วนร่วมในการกระทำผิดครั้งนี้
รถจักรยานยนต์ 86 คัน รถยนต์ 26 คัน ที่เครือข่ายแก๊งหมวกกันน๊อค ปล่อยเงินกู้ เป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่ง ที่ถูกยึดเป็นของกลาง ยังมีอีกจำนวนมากที่อยู่ระหว่างการติดตามจับกุมอยู่ครับ ซึ่งเห็นได้ว่า การร่วมกันกวาดล้างขบวนการเก็บเงินกู้ในครั้งนี้ สามารถช่วยประชาชนที่ตกเป็นเหยื่อได้จำนวนมาก