วันนี้ (23 ธ.ค. 59) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า กระทรวงสาธารณสุขประจำเขตเออร์คุตส์ ทางตะวันออกของประเทศรัสเซีย เปิดเผยว่า จำนวนผู้เสียชีวิตจากการดื่มโลชันแทนเหล้าซึ่งเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 19 ธ.ค. ที่ผ่านมา ได้เพิ่มขึ้นเป็น 72 รายแล้ว ขณะที่ 33 ราย ยังคงต้องรักษาตัวในโรงพยาบาล ขณะที่ผู้ป่วย 6 รายอาการดีขึ้นจนสามารถกลับบ้านได้
ผู้คนกว่า 12 ล้านรายที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เดิมของสหภาพโซเวียต ยังมีพฤติกรรมการนำเอาผลิตภัณฑ์ในครัวเรือนมาบริโภค เช่นน้ำยาล้างกระจกและโลชั่นอาบน้ำ แทนเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่มีราคาแพง ซึ่งสภาพเศรษฐกิจรัสเซียปีนี้ก็แย่เป็นพิเศษจากพิษการคว่ำบาตรจากชาติตะวันตก
ขวดโลชั่นอาบน้ำที่เป็นข่าวอยู่ตอนนี้ มีป้ายฉลากบอกด้านข้างอยู่แล้วว่าห้ามนำมาบริโภค แต่กลับเขียนชนิดของส่วนผสมผิด โดยระบุว่าโลชั่นขวดดังกล่าวใช้เอทิลแอลกอฮอลล์ซึ่งกินได้เป็นส่วนผสม แต่ส่วนผสมจริงที่ใช้คือเมทิลแอลกอฮอลล์ ซึ่งกินไม่ได้
หลังเริ่มได้รับรายงานว่ามีผู้เสียชีวิตจากสารเอทานอลที่เป็นพิษ เจ้าหน้าที่ตำรวจท้องถิ่นก็เข้าตรวจสอบร้านเหล้าและบาร์ต่างๆ ส่วนร้านที่เปิดให้บริการโดยไม่มีใบอนุญาติที่ถูกต้องตามกฏหมายก็จะถูกทางการปิดและรื้อถอน
ขณะที่นายวลาดิเมียร ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซียออกคำสั่งให้เจ้าหน้าที่รัฐดูแลการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ซึ่งมีส่วนผสมเป็นแอลกอฮอลล์ชนิดกินไม่ได้อย่างเข้มงวด ขณะที่ก็มีกระแสเรียกร้องให้รัฐลดภาษีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จากเหตุการณ์นี้ แต่รองนายกรัฐมนตรีรัสเซียก็ได้ออกมาปฏิเสธข้อเสนอนี้แล้ว