มูลนิธิสืบนาคะเสถียร เตรียมแถลงค้าน "อีสต์-เวสต์ คอริดอร์"

โดย PPTV Online

เผยแพร่

มูลนิธิสืบนาคะเสถียร เดินหน้าคัดค้าน "อีสต์-เวสต์ คอริดอร์" ชี้เป็นจุดเริ่มต้นทำลายแหล่งพันธุกรรมของสัตว์ป่าในอุทยานแห่งชาติน้ำหนาว-ขยายรอยแยกขนาดใหญ่ให้กับผืนป่าอนุรักษ์ที่สำคัญของประเทศไทย

เว็บไซต์สืบนาคะเสถียร เผยแพร่บทความที่เขียนโดย เอกวิทย์ เตระดิษฐ์ หัวหน้าฝ่ายสื่อสารองกรณ์มูลนิธิ ระบุถึง การจัดทำโครงการเชื่อมเส้นทางสายเศรษฐกิจ "อีสต์-เวสต์ คอริดอร์" (East-West Economic Corridor) ผ่านอุทยานแห่งชาติน้ำหนาว โดยระบุว่า เป็นส่วนหนึ่งของจุดเริ่มต้นมหกรรมทำลายแหล่งพันธุกรรมของสัตว์ป่าในอุทยานแห่งชาติน้ำหนาวในอนาคต

โครงการ "อีสต์-เวสต์ คอริดอร์" (East-West Economic Corridor) East-West Economic Corridor เป็นโครงการสร้างโครงสร้างพื้นฐานในการเชื่อมโยงระบบเศรษฐกิจของประเทศใน Greater Mekong Subregion (GMS) ซึ่งประกอบด้วยประเทศ พม่า ไทย ลาว และเวียดนาม เพื่อเชื่อมโยงความร่วมมือทางเศรษฐกิจ การค้า การลงทุนระหว่างประเทศ และเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุนการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ รวมไปถึงพัฒนาพื้นที่รอบข้างของเส้นทางเพื่อเพิ่มรายได้ การจ้างงานให้กับท้องถิ่น และการส่งเสริมการท่องเที่ยว

ทั้งนี้ พื้นที่บางส่วนของโครงการดังกล่าว กำลังจะขยายรอยแยกขนาดใหญ่ให้กับผืนป่าอนุรักษ์ที่สำคัญของประเทศไทยอย่างอุทยานแห่งชาติน้ำหนาว ซึ่งเป็นหนึ่งในอุทยานแห่งชาติที่สวยงามและยังพบสัตว์ป่าขนาดใหญ่อย่างช้างและกระทิงอาศัยอยู่อย่างชุกชุมโดยส่วนหนึ่งของโครงการเป็นการขยายทางหลวงหมายเลข 12 (แยก อ.หล่มสัก – อ.คอนสาร) จากถนน 2 เลน เพิ่มเป็น 4 เลน

ข้อมูลจากนักวิชาการด้านสัตว์ป่าที่ได้ลงพื้นที่ทำการสำรวจการเคลื่อนที่ของประชากรช้างป่าในอุทยานแห่งชาติน้ำหนาว พบว่า ปัจจุบันมีช้างป่าจำนวนมากที่เดินข้ามถนนสายดังกล่าวเพื่อใช้เป็นแหล่งหากิน และเป็นที่อยู่อาศัยตลอดระยะทางของถนนที่ตัดผ่านอุทยานแห่งชาติ เป็นระยะทางทั้งสิ้น 43 กิโลเมตร โดยตลอดเส้นทางดังกล่าว ทางอุทยานแห่งชาติได้จัดทำป้ายเตือนป้ายอยู่เป็นระยะเพื่อบ่งบอกว่าเป็นทางที่สัตว์ใช้ข้าม ผู้ขับขี่บนท้องถนนควรใช้ความระมัดระวัง นอกจากนี้ห่างทางหลวงหมายเลข 12 เป็นระยะทาง 2 กิโลเมตร ยังมีโป่งขนาดใหญ่ที่ฝูงสัตว์จำนวนมากใช้เป็นแหล่งหากินอยู่เป็นประจำซึ่ง

เมื่อ 27 พ.ค. 2559 ได้เกิดอุบัติเหตุกระทิงถูกรถยนต์ที่สัญจรบนถนนสายดังกล่าวชนเสียชีวิต

ก่อนหน้านี้ได้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์และคัดค้านในสังคมออนไลน์ถึงกรณีขยายถนนเส้นดังกล่าวและได้ตัดอุโมงค์ต้นไม้อันเอกลักษณ์ของเส้นทางก่อนถึงเขตอุทยานแห่งชาติน้ำหนาวไปแล้วครั้งหนึ่ง

ข้อมูลจากรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) โครงการ ระบุชัดว่า โครงการนี้อาจไม่มีความคุ้มค่าเชิงเศรษฐศาสตร์ เนื่องจากเป็นเส้นทางลาดชันขึ้นหุบเขา ไม่เหมาะสำหรับการใช้ขนส่งสินค้า อย่างไรก็ตามในอีไอเอกลับไม่มีทางเลือกอื่นๆ เช่น การเลี่ยงไปขยายถนนหมายเลข 2216 ที่ไม่ตัดผ่านพื้นที่ป่า และข้อมูลในปัจจุบันพบว่ามีรถใช้เส้นทางดังกล่าวสัญจร โดยเฉลี่ยเพียง 100-200 คันต่อชั่วโมง และ 3,000 – 5,000 คันต่อวัน

นอกจากนี้ในอีไอเอได้ระบุการแก้ไขผลกระทบเรื่องสัตว์ป่าไว้ว่าจะจัดทำสะพานยกระดับให้สัตว์ป่าขนาดใหญ่ข้ามจำนวน 5 แห่ง ความกว้างเฉลี่ยแต่ละแห่ง 400 – 500 เมตร แต่ดูเหมือนว่าจะไม่สมดุลกับลักษณะการใช้ประโยชน์พื้นที่ของสัตว์ป่าที่ใช้พื้นที่อยู่ตลอดเส้นทางปัจจุบัน การวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม โครงการขยายทางหลวงหมายเลข 12 ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติน้ำหนาวได้ผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณารายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมไปแล้ว และในวันพุธนี้ (28 ธ.ค.59) ผู้รับผิดชอบโครงการ คือ กรมทางหลวงจะนำเข้าที่ประชุมคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ซึ่งหากผ่านความเห็นชอบหมายความว่าโครงการสามารถดำเนินการก่อสร้างได้ทันที

ในวันจันทร์นี้ (26 ธ.ค.59)  มูลนิธิสืบนาคะเสถียร จะออกแถลงการณ์คัดค้านโครงการดังกล่าว และดำเนินการส่งแถลงการณ์ถึงผู้ที่เกี่ยวข้องในลำดับต่อไป

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ