กำลังตำรวจ 5 กองร้อยที่ประชิดรั้ววัดพระธรรมกาย ช่วงสัปดาห์สุดท้ายของปี เป็นความพยายามของเจ้าหน้าที่ในการบังคับใช้กฎหมายเพื่อรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างที่รุกล้ำที่สาธารณะ หลังจากเพิ่งแจ้งข้อหา พระวิเทศภาวนาจารย์ รักษาการเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ไป 19 ดดี ไม่ทันข้ามคืน
แม้การปิดล้อมครั้งนี้จะถูกค่อนแคะเพราะรื้อถอนได้เพียงบางส่วนที่ประตู 5 และยังจับพระธัมมชโยไม่ได้ แต่ก็ถือว่ามีความคืบหน้าอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับความล้มเหลวในการนำตัวพระธัมมชโย มาดำเนินคดีร่วมกันฟอกเงินสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน คลองจั่น ที่คดีเล่นชักเย่อกันมาตลอดทั้งปี
คดีพระธัมมชโยยิ่งกว่าหนังชีวิต เพราะบุคคลใกล้ชิด รวมถึงวัดมีคดีค้ำคอมากถึง 173 คดี ศิษย์เอกคนสำคัญอย่างนายองอาจ ธรรมนิทา โฆษกศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกาย ซึ่งมีหมายจับข้อหายุยงปลุกปั่นให้กระด้างกระเดื่อง และพระสุธรรม ผู้ช่วยเจ้าอาวาส ที่ถูกดำเนินคดีข้อหาเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบกรณีช่วยเหลือให้ที่พักพิงผู้ต้องหาก็หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย
คดีนี้ยังไม่หมดเรื่องฉาวเพราะศูนย์ปฏิบัติธรรมหรูตามต่างจังหวัดกำลังที่ถูกดำเนินคดีฐานบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนนอกจากนี้ยังมีเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ 2 พัวพันกับเงินถึง 40 ล้านจากการซื้อขายที่ดินสหกรณ์ฯ โดยผิดกฎหมาย
แม้พระธัมมชโยจะยังรอดเงื้อมมือกฎหมายแต่สถานการณ์ดูจะไม่สู้ดีเพราะเจ้าหน้าที่บีบกระชับพื้นที่เข้าไปทุกที
อีกคดีที่สั่นคลอนดีเอสไอ เกิดขึ้นในช่วงพักยกจากการจับพระธัมมชโยไม่สำเร็จ โดยดีเอสไอก็ต้องเผชิญกับเรื่องร้อน ๆ ในคืนวันที่ 29 สิงหาคม เมื่อนายธวัชชัย อนุกูล ผู้ต้องหาออกเอกสารสิทธิที่ดินโดยมิชอบ เสียชีวิตในห้องควบคุม หมายเลข 6008 โดยเจ้าหน้าที่ระบุว่าเป็นการผูกคอฆ่าตัวตาย แต่ผลชันสูตรศพกลับพบว่า นายธวัชชัย “ตับแตก”
ข้อเคลือบแคลงสงสัยมีมากขึ้น เมื่อพบว่า กล้องวงจรปิดภายในอาคารดีเอสไอเสีย ทำให้ไม่มีหลักฐานสำคัญที่จะชี้ชัดว่า เกิดอะไรขึ้นกับอดีตเจ้าพนักงานที่ดินคนนี้ซึ่งพัวพันกับการทุจริตออกเอกสารสิทธิเพื่อฮุบที่ดินมูลค่ามหาศาลในจังหวัดภูเก็จและพังงา โดย ตำรวจ สน.ทุ่งสองห้อง จึงบอกได้เพียงว่า นายธวัชชัย “ถูกผู้อื่นทำให้ตาย” ก่อนสรุปสำนวนส่งศาล ซึ่งศาลได้นัดไต่สวนพยานอีกครั้งในเดือนกุมภาพันธ์ปีหน้า
ปีนี้จึงเป็นปีที่ดีเอสไอถูกสั่นคลอนอย่างหนักจากทั้งสองคดีซึ่งคำถามไม่หยุดเพียงแค่เหตุใดจึงจับพระธัมมชโยไม่ได้ หรือสาเหตุการเสียชีวิตของนายธวัชชัย แต่คำถามยังพุ่งเป้าไปที่ความเชื่อถือศรัทธาของดีเอสไอ ในฐานะหน่วยงานพิเศษที่ตั้งขึ้นเพื่อทำคดีพิเศษที่มีความสลับซับซ้อนภายในขอบเขตของกฎหมายเฉพาะที่ให้อำนาจไว้มากมายแต่สองคดีดังกล่าวได้บั่นทอนความน่าเชื่อถือไปจนเกือบไม่เหลือชิ้นดีแล้ว