จากนี้บรรดาเศรษฐีในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ อดเลี้ยงเสือโคร่ง เสือชีตาห์ หรือสิงโต ในบ้านหรือพาออกมาเดินเล่น เพราะล่าสุดรัฐบาลยูเออีออกกฎหมายห้ามเลี้ยงหรือค้าสัตว์ป่าเหล่านี้ หลังจากเผชิญกับกระแสกดดันจากกลุ่มพิทักษ์สิทธิสัตว์มานานหลายปี ซึ่งกฎหมายใหม่นี้มีผลบังคับใช้ทันที
โดยผู้ที่มีเสือโคร่ง เสือชีตาห์ และสิงโต ในครอบครอง จะต้องส่งมอบสัตว์เลี้ยงของตนให้กับทางการ หากฝ่าฝืนมีโทษปรับสูงสุด 136,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 4.8 ล้านบาท หรือจำคุกสูงสุด 6 เดือน
เศรษฐีในประเทศแถบตะวันออกกลาง มีค่านิยมในการเลี้ยงสัตว์แปลกๆ หรือสัตว์อันตรายอย่างสิงโต เสือชีตาห์ หรือเสือโคร่ง เพื่อแสดงถึงสถานะทางสังคม หลายคนนิยมถ่ายรูปสัตว์เลี้ยงของตนเองกับรถยนต์หรู บางคนพาออกมาเดินเล่นตามชายหาดหรือถ่ายรูปด้วยกันแบบใกล้ชิดน่าหวาดเสียว
เสือและสิงโตเหล่านี้ ส่วนใหญ่จะถูกจับและลักลอบนำเข้ามาในประเทศโดยผิดกฎหมาย ซึ่งเครือข่ายติดตามการค้าสัตว์ป่า “แทรฟฟิก (TRAFFIC)” คาดว่าเป็นกิจกรรมที่มีเงินสะพัดหลายร้อยล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดยในตลาดมืด ลูกเสือโคร่งตัวหนึ่งจะมีราคา 3,000 ดอลลาร์ หรือราว 1 แสนบาท ขณะที่สิงโตขาวอาจมีราคาสูงถึง 50,000 ดอลลาร์ หรือเกือบ 2 ล้านบาทเลยทีเดียว