แนะสังเกต 7 สัญญาณ ปัญหาสุขภาพจิตผู้ประสบภัยน้ำท่วม

โดย PPTV Online

เผยแพร่

กระทรวงสาธารณสุข ห่วงปัญหาสุขภาพจิตของผู้ประสบภัย หลังจากหลายพื้นที่ภาคใต้ประสบกับฝนตกหนักทำให้มีน้ำป่าไหลหลากและน้ำท่วมขัง เร่งจัดทีมเยียวยาจิตใจครอบครัวผู้เสียชีวิต ผู้สูญหาย ผู้สูญเสียทรัพย์สิน เฝ้าระวังผู้ป่วยจิตเวชเดิม ผู้ป่วยเรื้อรัง เด็กและผู้สูงอายุติดบ้านติดเตียง ที่เสี่ยงเครียดรุนแรงและอาจมีภาวะซึมเศร้าในอนาคต

นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต โฆษกกระทรวงสาธารณสุข บอกว่า อุทกภัยครั้งนี้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้ประชาชนไม่ได้เตรียมตัวเตรียมใจรับผลกระทบที่เกิดขึ้น ส่งผลให้เกิดภาวะเครียด วิตกกังวล จึงมีจัดบริการปรึกษาปัญหาสุขภาพจิต ประเมินผลกระทบ ดูแลช่วยเหลือและฟื้นฟูจิตใจทั้งที่บ้าน หน่วยแพทย์เคลื่อนที่และศูนย์พักพิง เน้นการเยียวยาจิตใจครอบครัวผู้เสียชีวิต ผู้สูญหายและผู้สูญเสียทรัพย์สิน ที่ทำมาหากิน บ้านเรือนเสียหาย รวมทั้งดูแลและเฝ้าระวังติดตามกลุ่มผู้ป่วยจิตเวชเดิม ผู้ป่วยเรื้อรัง เด็กและผู้สูงอายุติดบ้านติดเตียง ที่เสี่ยงเครียดรุนแรงและอาจมีภาวะซึมเศร้าในอนาคตได้
 

โดยทีมช่วยเหลือเยียวยาจิตใจผู้ประสบภาวะวิกฤต(MCATT)จากศูนย์สุขภาพจิตที่ 5,11,12 สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์ โรงพยาบาลสวนสราญรมย์ โรงพยาบาลจิตเวชสงขลาราชนครินทร์ ออกให้บริการระหว่างวันที่ 7-11 มกราคม 2560 มีผู้ประสบภัยเข้ารับการคัดกรองสุขภาพจิต 7,385 คน พบเครียดระดับมาก 238 คน เสี่ยงต่อภาวะซึมเศร้า 45 คน

โฆษกกระทรวงสาธารณสุข ได้แนะนำให้ ประชาชนดูแลจิตใจตนเองในระยะนี้ ตั้งสติ สร้างกำลังใจและ สร้างคุณค่าให้ตนเอง ด้วยการช่วยเหลือผู้อื่นเป็นต้น ส่วนครอบครัวที่มีผู้มีปัญหาทางจิตใจ สามารถป้องกัน ปัญหาการฆ่าตัวตายได้ คนใกล้ชิดและครอบครัว ต้องให้กำลังใจ ทำให้เกิดความภาคภูมิใจและเห็นคุณค่าในตัวเอง และพยายามสังเกตุพฤติกรรมที่อาจก่อให้เกิดการฆ่าตัวตาย

1.รู้สึกตึงเครียดอยู่ตลอดเวลา
2.รู้สึกว่างเปล่าหรือหมดเรี่ยวแรงอย่างมาก
3. ฝันร้าย สะดุ้งตื่นกลางดึก หรือมีปัญหาการนอน
4.ยังมีความรู้สึกต่อเหตุการณ์อย่างรุนแรง เช่น รู้สึกกลัว รู้สึกผิด หรือถูกทอดทิ้งอย่างรุนแรง
5.ไม่สามารถควบคุมความโกรธ หรือความเจ็บปวดได้
6. พฤติกรรมถดถอย เช่น สูบบุหรี่ การดื่มหรือรับประทานอาหารที่ผิดปกติ 
7.แยกตัวจากสังคมอย่างชัดเจน 

“สำหรับผู้ใกล้ชิด ผู้มีความเสี่ยงควรปฏิบัติโดยให้บอกคนใกล้ชิดเสมอ “มีอะไรขอให้บอก” รับฟังอย่างตั้งใจและเสนอความช่วยเหลือ  เก็บสิ่งที่อาจใช้เป็นอาวุธ อย่าให้คนที่มีความเสี่ยงอยู่เพียงลำพัง พยายามชี้ทางเลือก ด้านบวกที่มีอยู่หลากหลาย สำหรับผู้ป่วยจิตเวชเดิมต้องดูแลให้ผู้ป่วยรับประทานยาต่อเนื่อง” นพ.เกียรติภูมิ กล่าว

 

 

 

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ